มนร. รุกคืบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จับมือหอการค้าจัด “Coffeel Good” ปั้นบาริสต้าหน้าใหม่ โชว์กึ๋นใช้ “น้ำผึ้งชันโรง”

มนร. รุกคืบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จับมือหอการค้าจัด “Coffeel Good” ปั้นบาริสต้าหน้าใหม่ โชว์กึ๋นใช้ “น้ำผึ้งชันโรง”

นราธิวาส – มนร. รุกคืบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จับมือหอการค้าจัด “Coffeel Good” ปั้นบาริสต้าหน้าใหม่ โชว์กึ๋นใช้ “น้ำผึ้งชันโรง” มิกซ์กาแฟถิ่นใต้ พร้อมประกาศยกเครื่องมหาวิทยาลัย สู่สนามสร้างอาชีพจริง

ม.นราธิวาสราชนครินทร์ เปิดงานแข่งกาแฟ “Cold Signature Coffee Competition” อย่างยิ่งใหญ่ ชูจุดขายวัตถุดิบท้องถิ่น “น้ำผึ้งชันโรง” ปะทะเม็ดกาแฟแดนใต้ หวังยกระดับสู่เครื่องดื่มสากล พร้อมเผยยุทธศาสตร์ใหม่ “มนร. 2026” ปรับหลักสูตรใหม่ยกแผง เน้นปูพื้นฐานผู้ประกอบการให้ทุกคณะ และส่งนักศึกษาฝึกงานข้ามทวีป เพิ่มทักษะสกิลพลเมืองโลก เล็งดึงเมนูชนะเลิศขายจริงในคาเฟ่มหาวิทยาลัย

วันนี้ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ณ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส ผศ.ดร.ปรีชา สะแลแม อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการแข่งขันชงกาแฟภายใต้โครงการ “Cold Signature Coffee Competition” (Coffeel Good) ครั้งที่ 1 โดยมี ผศ.ดร.บงกช กมลเปรม คณบดีคณะวิทยาการจัดการ พร้อมด้วย นางศิริพร เลาหะกุล ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส คณะผู้บริหาร คณาจารย์ และกลุ่มบาริสต้าอาชีพรวมถึงนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ชู “น้ำผึ้งชันโรง” วัตถุดิบทองคำแห่งด้ามขวาน

ผศ.ดร.บงกช กมลเปรม คณบดีคณะวิทยาการจัดการ กล่าวถึงที่มาของกิจกรรมว่า การแข่งขันในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการประชันความอร่อย แต่เป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมหาวิทยาลัยและหอการค้าจังหวัดนราธิวาส เพื่อส่งเสริม “น้ำผึ้งชันโรง” ซึ่งเป็นวัตถุดิบอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้กลายเป็นวัตถุดิบหลักในเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) โดยเปิดเวทีให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 14 ทีม ซึ่งประกอบด้วยนักศึกษา บาริสต้า และผู้ประกอบการ ได้โชว์ทักษะการคิดค้นเมนูใหม่ที่ผสมผสานระหว่างกาแฟและน้ำผึ้งชันโรง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างเกษตรกรผู้เลี้ยงชันโรงกับอุตสาหกรรมกาแฟในพื้นที่

ผศ.ดร.บงกช กมลเปรม กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิดในการจัดงานคอฟฟี่กู๊ดเกิดจากการที่คณะมีแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพคือร้าน M Café จึงต้องการนำผลิตภัณฑ์จากชุมชนที่ใช้ในร้านมาต่อยอด โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟจากวิสาหกิจชุมชนอำเภอรือเสาะ ร่วมกับน้ำผึ้งชันโรงซึ่งเป็นผลงานวิจัยของคณะเกษตรศาสตร์ เพื่อสร้างการแข่งขันที่ใช้ผลิตภัณฑ์เด่นในท้องถิ่น และเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการ และเกษตรกร

ภายหลังการแข่งขัน คณะวิทยาการจัดการมีศูนย์เพาะธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ พร้อมสนับสนุนผู้เข้าร่วมที่สนใจพัฒนาต่อยอดด้านการบริหารจัดการและการเปิดร้านกาแฟ และในอนาคต หากการจัดงานประสบความสำเร็จ จะมีการจัดต่อเนื่องและขยายไปสู่เมนูกาแฟร้อนหรือเพิ่มส่วนผสมจากผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดนราธิวาสต่อไป

ด้าน ผศ.ดร.ปรีชา สะแลแม กล่าวในสุนทรพจน์เปิดงานว่า ปัจจุบันกาแฟได้กลายเป็นเครื่องดื่มระดับโลกที่มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องทุกปี การแข่งขันวันนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการนำเมล็ดพันธุ์กาแฟในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาพบกับน้ำผึ้งชันโรงในพื้นที่ นี่คือความท้าทายว่า เราจะทำอย่างไรให้วัตถุดิบจากบ้านเรามิกซ์กันแล้วออกมาเป็นที่ถูกอกถูกใจของคอกาแฟ ผมเองดื่มกาแฟวันละหลายแก้ว แม้จะไม่มีความรู้ลึกซึ้งแต่สัมผัสได้ว่ากาแฟมีผลต่อจิตใจและสร้างสังคมแห่งการสนทนา การที่เราดึงธุรกิจกาแฟมาผูกโยงกับการเรียนการสอน จึงเป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมในการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่”และในช่วงท้ายของการเปิดงาน อธิการบดีฯ ยังได้สร้างความฮือฮาด้วยการประกาศสนับสนุนให้นำเมนู “Cold Signature” ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในวันนี้ ไปบรรจุไว้ในเมนูของร้านกาแฟมหาวิทยาลัย (มนร. คอฟฟี่) เพื่อเป็นการส่งเสริมฝีมือคนรุ่นใหม่และให้เมนูสร้างสรรค์เหล่านี้ได้ออกสู่ตลาดจริงภายใต้กรอบของมหาวิทยาลัยต่อไป

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ มีรางวัลชนะเลิศเป็นเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 10,000 บาท ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการขับเคลื่อนนราธิวาสสู่การเป็นเมืองแห่งกาแฟสร้างสรรค์ในอนาคต

ขณะที่นางศิริพร เลาหะกุล กล่าวว่า หอการค้ามองว่า “เมืองแห่งกาแฟสร้างสรรค์” มีศักยภาพที่จะเป็นซอฟพาวเวอร์ใหม่ของจังหวัดนราธิวาส เนื่องจากกาแฟเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้บริโภค และสามารถนำมาต่อยอดร่วมกับวัตถุดิบในพื้นที่ เช่น เมล็ดกาแฟและน้ำผึ้งชันโรง ซึ่งเป็นสินค้าทางการเกษตรที่มีเอกลักษณ์ของจังหวัด การนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาเป็นกลไกขับเคลื่อน จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและได้รับการสนับสนุนจากผู้บริโภค จึงมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาเป็นซอฟพาวเวอร์ของจังหวัดนราธิวาสในอนาคต.

ภาพ/ข่าว : ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าวนราธิวาส รายงาน Tel.082-4154474

ศูนย์ข่าวภาคใต้ นสพ.แผ่นดินไทยโพสต์

ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวทั่วไป สังคม