ชาวบ้านโวย! เขมรกระหน่ำเผาป่าชายแดน ปกคลุมแนวเขาพระวิหาร–ภูมะเขือ กระทบชุมชน

ชาวบ้านโวย! เขมรกระหน่ำเผาป่าชายแดน ปกคลุมแนวเขาพระวิหาร–ภูมะเขือ กระทบชุมชน

ศรีสะเกษ – ชาวบ้านโวย! เขมรกระหน่ำเผาป่าชายแดน ปกคลุมแนวเขาพระวิหาร–ภูมะเขือ กระทบชุมชน

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ด้านเขาพระวิหารและภูมะเขือ ตามแนวเทือกเขาชายแดน ปรากฏหมอกควันไฟปกคลุมยาวเกือบตลอดแนว สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ ชาวบ้านให้ข้อมูลตรงกันว่า ควันไฟดังกล่าวเกิดจากการเผาป่าฝั่งกัมพูชา โดยเชื่อว่าเป็นการกระทำของทหารกัมพูชา อีกทั้งกระแสลมที่พัดแรง ทำให้ไม่สามารถควบคุมทิศทางไฟได้ ส่งผลให้ไฟลุกลามเป็นวงกว้าง และกลุ่มควันจำนวนมากถูกพัดเข้าสู่ฝั่งประเทศไทย

นายบัวกัน อุ่นอ่อน ผู้ใหญ่บ้านโนนเจริญ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า บ้านของตนสามารถมองเห็นพื้นที่เขาพระวิหารและภูมะเขือได้อย่างชัดเจน ในช่วงเช้ามืดราวเวลา 05.30 น. จะเห็นแนวหมอกควันทอดยาวคล้ายบรรยากาศฤดูหนาว ทว่าความจริงคือควันไฟที่ถูกลมพัดเข้ามาฝั่งไทย บางวันกระแสลมพัดกลุ่มควันจำนวนมากจนส่งผลให้ชาวบ้านรู้สึกหายใจติดขัด

ทั้งนี้ หากกลุ่มควันหรือเปลวไฟลุกลามขึ้นมายังภูมะเขือเป็นวงกว้างมากขึ้น ย่อมก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงตามมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาโรคทางเดินหายใจ รวมถึงค่าฝุ่นละออง PM ที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผู้ใหญ่บ้านโนนเจริญกล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ไฟไหม้ป่าและกลุ่มควันดังกล่าวพบเห็นมาอย่างต่อเนื่องภายหลังเหตุการณ์ปะทะในพื้นที่สงบลง อย่างไรก็ตาม ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สังเกตได้ว่าไฟลุกลามรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเย็นค่ำ จะเห็นหมอกควันปกคลุมตามซอกเขาราวกับฝนกำลังตกกลางป่า แต่แท้จริงแล้วคือกลุ่มควันที่กำลังลุกลาม

แม้พื้นที่หน้าผาสูงชันซึ่งเป็นแนวแบ่งเขตธรรมชาติระหว่างไทยกับกัมพูชา อาจช่วยลดความเสี่ยงการลุกลามของไฟได้ในระดับหนึ่ง ทว่าพื้นที่ราบยังคงน่าเป็นห่วง อย่างไรก็ดี หากเกิดเหตุไฟลุกลามเข้ามายังฝั่งไทย เชื่อว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถเข้าควบคุมและดำเนินมาตรการป้องกันได้อย่างทันท่วงที

สำหรับการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายแดน ขณะนี้ชาวบ้านที่มีอาชีพหาของป่า หาเห็ด ยังไม่กล้าเข้าพื้นที่ เนื่องจากเกรงความไม่ปลอดภัย โดยอนุญาตให้เข้าได้เฉพาะผู้ที่มีสวนยางพารา และต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเท่านั้น

ในส่วนข้อเสนอจากคนชายแดน มีการเรียกร้องถึงรัฐบาลให้พิจารณาสร้างรั้วกั้นชายแดน ตั้งแต่พื้นที่ซำแตไปจนถึงภูมะเขือ ควบคู่กับพื้นที่หนองจาน หนองหญ้าแก้ว จันทร์ และตราด เพื่อยกระดับความปลอดภัย โดยเฉพาะพื้นที่ราบที่สามารถดำเนินการได้ทันที ขณะที่พื้นที่หน้าผาซึ่งมีแนวแบ่งเขตชัดเจนอยู่แล้ว อาจใช้สภาพภูมิประเทศเป็นแนวกั้นตามธรรมชาติ

ส่วนประเด็นการเปิดด่าน ชาวบ้านให้ความเห็นว่า หากเขมรยอมยกธงขาว เปิดด่านได้การค้าการท่องเที่ยว แต่อย่างทุกวันนี้ มีความเห็นว่า ยังไม่ควรเปิดจนกว่าทางเขมรจะยอมรับในส่วนเขตแดนและการทำตามข้อตกลงจึงมีการเปิดด่าน แต่สำหรับสถานการณ์ขณะนี้ยังยั่วยุอยู่เช่นนี้การปิดด่านดีที่สุด จนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องเขตแดนและการปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกันอย่างเป็นทางการ.

ภาพ/ข่าว : ทีมข่าว จ.ศรีสะเกษ // รายงาน

นสพ.แผ่นดินไทยโพสต์

ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวทั่วไป สังคม