ชาวกิ่งแก้วผวาซ้ำ ไฟไหม้โรงงานหมิงตี้ตอนเช้ามืด ชาวบ้านวอนผู้เกี่ยวข้องเร่งกำจัดวัสดุตกค้างออกจากพื้นที่

ชาวกิ่งแก้วผวาซ้ำ ไฟไหม้โรงงานหมิงตี้ตอนเช้ามืด ชาวบ้านวอนผู้เกี่ยวข้องเร่งกำจัดวัสดุตกค้างออกจากพื้นที่

สมุทรปราการ – ชาวกิ่งแก้วผวาซ้ำ ไฟไหม้โรงงานหมิงตี้ตอนเช้ามืด ชาวบ้านวอนผู้เกี่ยวข้องเร่งกำจัดวัสดุตกค้างออกจากพื้นที่

เหตุเกิดขึ้นช่วงเช้ามืดวันที่ 6 ม.ค.69 นายยุทธพฤทธิ์ พูลเกษ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 ต.บางพลีใหญ่ ได้รับแจ้งว่ามีไฟลุกไหม้ภายใน โรงงานหมิงตี้ ซอยกิ่งแก้ว 21 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่า ต้นเพลิงกำลังโหมลุกไหม้อยู่ที่ถังเก็บพลาสติกเก่าขนาดใหญ่ ภายในพื้นที่โรงงานที่เคยไฟไหม้ไปแล้วเมื่อกลางปี 2564 โดยต้นเพลิงได้โหมลุกไหม้อย่างรุนแรง จึงประสานรถดับเพลิงจาก อบต.บางพลีใหญ่ และ อบต.ราชาเทวะ เข้าระงับเหตุ ใช้เวลากว่าสองชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้

และเมื่อเวลา 10.00 น. ทีมข่าวเดินทางลงพื้นที่จุดเกิดเหตุพร้อมกับผู้ใหญ่หน่อย ซึ่งบริษัทดังกล่าวถูกประกาศให้เป็นพื้นที่อันตรายห้ามเข้า จากการตรวจสอบครั้งนี้ สาเหตุเกิดขึ้นจากไฟไหม้กองพลาสติกที่ไหลออกมาจากถังกักเก็บเม็ดพาสติด ที่ยังคงหลงเหลืออยู่จำนวนมาก เป็นวัสดุอย่างดีที่พร้อมติดไฟได้ตลอดเวลา เมื่อถูกประกายไฟ

ผู้ใหญ่หน่อย เผยว่า หลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุ ก็เข้ามาตรวจสอบ พบว่าเพลิงลุกไหม้รุนแรง จึงต้องประสานรถดับเพลิงและกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาควบคุมสถานการณ์ จากการตรวจสอบหาสาเหตุเบื้องต้นไปพบอุปกรณ์หัวต่อแก๊สตัดเหล็ก คาดว่ามีคนลักลอบเข้ามาตัดเหล็กภายในพื้นที่จนเกิดประกายไฟทำให้ลุกไหม้และลุกลาม อย่างรุนแรงและรวดเร็ว

จากการตรวจสอบกองพลาสติกที่ไหลอกมาจากถังกักเก็บนี้ มีจำนวนมาก เชื่อว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 ตัน จากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นล่าสุด ยังถือว่าโชคดีที่ทิศทางลมไปทางใต้ มีเพียงโรงงานข้างเคียงที่ได้รับผลกระทบบางส่วน ส่วนฝั่งเหนือจะเป็นชุมชนและหมู่บ้านหลายแห่ง ชาวบ้านเองก็พากันหวาดกลัวกับการลุกไหม้ดังกล่าว

โดยหลังจากที่เกิดเมื่อกลางปี 2564 ที่ผ่านมา ได้ประกาศปิดพื้นที่ไปแล้ว แต่ยังพบว่ามีคนลักลอบเข้ามานำเอาถังแก๊สเข้ามาตัดเหล็กไปขายบ่อยครั้ง หากยังปล่อยวัสดุหรือเม็ดพลาสติกพวกนี้ให้ตกค้างอยู่ ก็จะเสี่ยงที่เกิดเหตุไฟไหม้ซ้ำขึ้นมาอีก จึงอยากฝากไปยังผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบริษัทดังกล่าว เข้ามาดำเนินการเก็บและจัดการวัสดุในพื้นที่ออกไปเพื่อไม่ให้เกิดการลุกไหม้ซ้ำจนส่งผลกระทบด้านมลพิษกับชุมชนโดยรอบ ขณะเดียวกันจากการลงพื้นที่ยังพบว่ามีคนมักง่ายนำเอาขยะชุมชนและขยะโรงงานเข้ามาทิ้งกองไว้ด้านในอีกจำนวนมากอีกด้วย.

ภาพ/ข่าว : ก๊วก สมุทรปราการ

นสพ.แผ่นดินไทยโพสต์

ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวทั่วไป สังคม