ด่วน!!ผู้ว่าฯเรียกประชุมเปิดวอร์รูมไฟป่า” สั่งรวบรวมหลักฐานตามล่า “ไอ้โม่ง” มือเผาป่า
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเรียกประชุมเปิดวอร์รูมไฟป่า” สั่งรวบรวมหลักฐานตามล่า “ไอ้โม่ง” มือเผาป่า หลักฐานจากโดรนมูลนิธิกระจกเงาจับภาพได้นาทีวางเพลิง

วันนี้( 16 เมษายน 2569) ที่ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เรียกประชุมศูนย์วอร์รูมไฟป่า จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์วิกฤต PM2.5 และไฟป่าที่กำลังคุกคามลมหายใจชาวเชียงราย โดยย้ำชัดว่าเป็นนโยบายเร่งด่วนจากนายกรัฐมนตรีที่ต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่ลักลอบจุดไฟเผาป่าแม่กรณ์ หลังโดรนมูลนิธิกระจกเงาโชว์ภาพชัดเจนและนายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบนรวมถึงจังหวัดเชียงราย ให้ติดตามจับกุมผู้ลักลอบเผาป่ามาดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากฝ่าฝืนคำสั่ง “86 วันปลอดการเผา” เจอคุก-ปรับหนักไม่มีข้อยกเว้น โดยมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวหลังการประชุมว่าฯ สถานการณ์ หมอกควันไฟป่า 3 เดือนที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดเชียงรายพบปัญหาน้อยสุด แต่หลังจากวันที่ 12 เมษายน 2569 เป็นต้นจนถึงวันนี้กลับพบว่าจุดฮอตสปอตใน 3 อำเภอ ได้แก่อำเภอแม่สรวย อ.เมืองเชียงราย และอำเภอเวียงป่าเป้ากลับสูงขึ้นจาก 100 จุด เป็น 1,000 จุด ตนจึงได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมเปิดวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการแต่ละอำเภอซึ่งได้พบปัญหาการทับถมของวัชพืชตามวงรอบ 3 ปี ที่มีการทับถมติดต่อมาอย่างยาวนานและเกิดเปลวไฟทำให้เกิดการลุกไหม้อย่างรวมดเร็ว ส่วนเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฯ ได้เข้าตรวจสอบเหตุไฟป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ลาวฝั่งซ้าย และป่าแม่กกฝั่งขวา บริเวณบ้านหนองเขียว หมู่ 12 ต.แม่กรณ์ อ.เมืองเชียงราย จากการบูรณาการข้อมูลร่วมกับภาคประชาสังคม (มูลนิธิกระจกเงา) และการใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Drone) พบร่องรอยการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนประกาศจังหวัดและกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ พร้อมได้แจ้งเบาะแส ภาพวีดิโอ และภาพนิ่ง จากอากาศยานไร้คนขับ พบผู้ต้องสงสัย 2 ราย ใช้จักรยานยนต์ เป็นพาหนะ เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามรถจักรยานยนต์ผู้ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้พื้นที่ตรงข้าม บ้านผู้ใหญ่บ้าน แต่ไม่พบบุคคลต้องสงสัยในบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเน้นการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทั้งพยานวัตถุและภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อระบุตัวผู้กระทำความผิดตามความเป็นจริง ไม่มีเป้าหมายในการเพ่งเล็งหรือกล่าวหาพี่น้องชาวบ้านกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจง จังหวัดเชียงรายให้ความสำคัญกับหลักสิทธิมนุษยชน ผู้ที่ถูกสงสัยจะได้รับการปฏิบัติภายใต้กระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใส มีสิทธิ์ในการชี้แจงและพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามระเบียบของทางราชการและกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอย่างเท่าเทียม
ผู้ว่าฯ เชียงราย กล่าวว่าอีกว่า ปฎิบัติการครั้งนี้ เป็นการการบูรณาการข้อมูลกับภาคประชาสังคม โดยเฉพาะ “มูลนิธิกระจกเงา” ที่ใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Drone) บินตรวจตราจนพบหลักฐานชิ้นสำคัญเป็นภาพถ่ายและคลิปวิดีโอความละเอียดสูง เผยให้เห็นพฤติกรรมของ “ผู้ต้องสงสัย 2 ราย” ขณะกำลังลอบวางเพลิงในเขตป่าสงวนแห่งชาติ บ้านหนองเขียว ต.แม่กรณ์ อ.เมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งแกะรอยติดตามตัวมือเผาทั้ง 2 รายมาลงโทษให้ถึงที่สุด โดยจะใช้บทลงโทษขั้นสูงสุดทั้งทางแพ่งและอาญา รวมถึงเรียกค่าเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติที่สูญเสียไป เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้ที่จะคิดฝ่าฝืนมาตรการ “86 วันปลอดการเผา” (14 ก.พ. – 10 พ.ค. 69)
“เราจะไม่ยอมให้คนเพียงไม่กี่คน ทำลายอากาศสะอาดของคนเชียงราย ใครเผาต้องได้รับโทษตามกฎหมายอย่างไม่มีข้อยกเว้น! ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นการลักลอบเผาในที่โล่งแจ้งทุกกรณี ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อปกป้องสุขภาพของเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง จากวิกฤตฝุ่นควันพิษที่กำลังทวีความรุนแรง” นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวทิ้งท้าย
ภาพ/ข่าว-ชาติณรงค์ ปัญญาฟู จังหวัดเชียงราย/ศูนย์ข่าวภาคใต้นสพ.แผ่นดินไทยโพสต์
โทร 0857145449

