“กมลศักดิ์” แฉยับ! พิรุธคดีลอบสังหาร พบบัญชีปืนผี ทร. อ้าง “ทำลายแล้ว” โผล่รัวยิง

“กมลศักดิ์” แฉยับ! พิรุธคดีลอบสังหาร พบบัญชีปืนผี ทร. อ้าง “ทำลายแล้ว” โผล่รัวยิง

นราธิวาส – “กมลศักดิ์” แฉยับ! พิรุธคดีลอบสังหาร พบบัญชีปืนผี ทร. อ้าง “ทำลายแล้ว” โผล่รัวยิง หวั่นมีขบวนการตัดตอน-อุ้มชูผู้บงการ

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์และสั่นสะเทือนวงการความมั่นคง! เมื่อ “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ออกมาเปิดหน้าชน แฉปมพิรุธสุดช็อกกลางกรรมาธิการกฎหมาย หลังรอดชีวิตจากเหตุลอบสังหาร แต่กลับเจอ “ตอ” ชิ้นโต ทั้งหลักฐานสายโทรศัพท์เชื่อมโยงผู้บงการที่จู่ๆ ก็ “เงียบหาย” และพีกที่สุดคือ “ปืนเอ็ม 16” ของกลางที่ใช้ยิงตน ที่กองทัพเรือแจงว่า “ถูกทำลายไปแล้วตั้งแต่ปี 63” แต่กลับฟื้นคืนชีพมาโผล่ในมือคนร้ายปี 69! เจ้าตัวลั่น หากเรื่องนี้เกิดกับชาวบ้านธรรมดาคงกลายเป็นศพเฝ้าถนนและคดีเงียบหายไปแล้ว ยันเดินหน้าประชุมทีมทนายบ่ายนี้ จี้อัยการสั่งสอบเพิ่ม ดึงกระทรวงกลาโหม-สถานทูตสหรัฐฯ ร่วมกางสำนวนล้างบางขบวนการทมิฬ

ความคืบหน้าคดีคนร้ายลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด ล่าสุด นายกมลศักดิ์ได้เปิดเผยถึงการเข้าร้องเรียนต่อกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งพนักงานสอบสวน กองทัพเรือ กรมคุ้มครองสิทธิฯ และบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เข้าชี้แจง หลังพบพฤติกรรมส่อแวว “ลากเลว” และมีความพยายามไม่ให้คดีสาวไปถึงตัว “ผู้บงการ”

นายกมลศักดิ์ เปิดเผยว่า คดีนี้มีการวางแผนทำกันเป็นขั้นเป็นตอน แต่หลังจากจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 คน คดีกลับไม่มีความคืบหน้าในส่วนของการขยายผล โดยเฉพาะข้อมูลการใช้โทรศัพท์ 11 หมายเลขที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการเชื่อมโยงพฤติกรรมความผิด ซึ่งตนรู้สึกไม่สบายใจจากข้อมูลในทางลึกว่า มีกระบวนการบางอย่างพยายาม “ปิดกั้น” ไม่ให้หมายเลขโทรศัพท์เหล่านี้เข้าสู่สำนวนการสอบสวน ทั้งที่ปกติในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชุดสืบสวนยะลาจะมีฐานข้อมูลโทรศัพท์ในคดีความมั่นคงอย่างละเอียดอยู่แล้ว

สำหรับประเด็นที่สร้างความตกตะลึงที่สุดในชั้นกรรมาธิการ คือ ผลการตรวจพิสูจน์พานท้ายอาวุธปืนของกลาง 2 กระบอกที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ โดยกระบอกแรกเป็นอาวุธปืนเอ็ม 16 ซึ่งจากการตรวจสอบบัญชีของกรมสรรพาวุธ กองทัพเรือ พบข้อมูลย้อนแย้งสิ้นดี เนื่องจากปืนกระบอกนี้ “ถูกขึ้นบัญชีว่าทำลายแล้วตั้งแต่ปี 2563” เนื่องจากเสื่อมสภาพพร้อมกับปืนกระบอกอื่น ๆ รวม 40 กระบอก แต่กลับมาโผล่ใช้ก่อเหตุยิงตนในปี 2569 และที่สำคัญ ผลกองพิสูจน์หลักฐานระบุชัดเจนว่า ปืนยังใช้งานได้ดีเป็นปกติ

“เรื่องนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของผมแล้ว แต่มันต้องตั้งคำถามดัง ๆ ไปยังกองทัพเรือว่า ปืนอีก 39 กระบอกในลอตเดียวกันนั้น อยู่ในสภาพเดียวกันและตกไปอยู่ในมือใครบ้าง? กระบวนการทำลายปืนทำกันอย่างไร เหตุใดปืนที่ตายแล้วถึงฟื้นคืนชีพมาไล่ยิงคนได้” นายกมลศักดิ์ กล่าว

ส่วนปืนอีกหนึ่งกระบอก มีการสลักข้อความภาษาอังกฤษระบุชัดเจนว่า เป็นอาวุธที่กองทัพสหรัฐฯ ส่งมอบให้กองทัพไทย ซึ่งคาดว่า เป็นปืนที่ได้มาจากการฝึกร่วมและส่งมอบตามปกติ แต่กลับหลุดรอดมาอยู่ในมือกลุ่มมือปืนได้อย่างไร ประเด็นนี้ต้องมีการขยายผลสอบสวนย้อนกลับไปตั้งแต่กองทัพ กระทรวงกลาโหม ไปจนถึงสถานทูตสหรัฐฯ

นายกมลศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการแล้วเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในระหว่างการฝากขังครั้งที่ 5 โดยมีการแยกฟ้องคดีคนชำแหละรถออกไปอีกคดีหนึ่ง โดยอ้างเหตุผลทางเทคนิคกฎหมายเพื่อนำมาเป็นพยาน ซึ่งตนและทีมทนายความจะมีการประชุมร่วมกันในบ่ายวันนี้ เพื่อสรุปประเด็นยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการ ให้มีคำสั่งส่งสำนวนกลับมาให้พนักงานสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมในประเด็นที่ยังคลุมเครือ ทั้งเรื่องปืนผีและข้อมูลโทรศัพท์

“วันนั้นพนักงานสอบสวนอ้างระเบียบตำรวจว่า ข้อมูลในสำนวนเป็นความลับ บอกผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่ได้ แต่ผมสวนกลับไปว่า ผมเป็นผู้เสียหาย ไม่ใช่ผู้ต้องหา ผมมีสิทธิ์เต็มที่ในการติดตามความคืบหน้า”

และในช่วงท้าย นายกมลศักดิ์ ได้สะท้อนมุมมองอันเจ็บปวดจากคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า มีเสียงสะท้อนจากชาวบ้านว่า เหตุการณ์นี้ดีที่เป็นระดับ สส. ที่มีความรู้และมีกระบอกเสียงในการตามคดี แจ้งความเพิ่ม และดึงหน่วยงานมาตรวจสอบได้ แต่ถ้าเรื่องนี้เกิดกับชาวบ้านธรรมดา ๆ คดีคงจบตั้งแต่นึกไม่ออกว่าเป็นรถของใคร ใครยิง และเอาปืนมาจากไหน เหมือนกับอีกหลายเคสในอดีตที่เงียบหายไปเพราะไม่มีใครกล้าพูด

นายกมลศักดิ์ ยืนยันว่า “ผมและทีมงานจะสู้ให้ถึงที่สุด หาข้อมูลเข้าสำนวนให้มากที่สุด และดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา หากพบว่า กระบวนการทำสำนวนคดีมีข้อบกพร่องหรือส่อเจตนาไม่ชอบมาพากล ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมายไม่มีละเว้น” นายกมลศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยความเด็ดเดี่ยว.

ภาพ/ข่าว : ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าวนราธิวาส รายงาน โทร 082-4154474

ศูนย์ข่าวภาคใต้ นสพ.แผ่นดินไทยโพสต์

ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวทั่วไป สังคม