สน.เรือบึงกาฬ “สกัดยาบ้าบิ๊กล๊อตขนใส่เรือกีบข้ามชายแดน” จำนวน ประมาณ 5,550,000 เม็ด

สน.เรือบึงกาฬ “สกัดยาบ้าบิ๊กล๊อตขนใส่เรือกีบข้ามชายแดน” จำนวน ประมาณ 5,550,000 เม็ด

นบ.ยส.24 โดย สน.เรือบึงกาฬ “สกัดยาบ้าบิ๊กล๊อตขนใส่เรือกีบข้ามชายแดน” จำนวน ประมาณ 5,550,000 เม็ด ในพื้นที่ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

เมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม 2569 กองทัพบก โดย พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) อำนวยการให้ สน.เรือบึงกาฬ (หน่วยงานหลัก) ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวทราบว่าจะมีการนำยาบ้าเข้ามาในพื้นที่ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.ท่าไคร้ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ จึงจัดชุดปฏิบัติการร่วมกับหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ทำการซุ่มเฝ้าตรวจ จนกระทั่งเวลา 02.45 น. ชุดซุ่มได้สังเกตการด้วยกล้องตรวจการณ์กลางคืน

พบเรือกีบเพลายาวที่มีขนาดใหญ่กว่าเรือประมงชาวบ้านปกติ แล่นตัดลำน้ำข้าม มาจากฝั่ง สปป.ลาว ห่างจากชุดซุ่ม ประมาณ 300 ม. บนเรือมีคนกลุ่มหนึ่งมากับเรือ เมื่อถึงฝั่งไทยได้จอดที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ชุดซุ่มเฝ้าตรวจจึงปิดระยะเข้ามาใกล้กับบริเวณจุดจอดเรือ ขณะเดียวกันมีกลุ่มชายฉกรรจ์ไม่ทราบจำนวน ได้แบกกระสอบต้องสงสัยขึ้นมาจากเรือ ลำเลียงขึ้นรถยนต์ต้องสงสัยทั้ง 2 คัน เป็นรถเก๋ง Honda accord สีบรอนเทา ทะเบียน กท 7159 อุดรธานี และ รถตู้ Hyundai สีบรอนเทา ทะเบียน ฮฐ 3553 กรุงเทพมหานคร

เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจสอบ ชายกลุ่มดังกล่าว เมื่อเห็นเป็นเจ้าหน้าที่ จึงได้หลบหนี โดยทิ้งกระสอบไว้ ส่วนเรือกีบเพลายาวเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้ขับเรือแล่นตัดลำน้ำโขงข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว ทันที จากการตรวจสอบกระสอบต้องสงสัย พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) จำนวน 14 กระสอบ ประมาณ 5,550,000 เม็ด จึงได้ประสาน ศูนย์รักษาความปลอดภัย(ศรภ.) สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทยบันทึกภาพการตรวจยึดร่วมกัน จากนั้นหน่วยจึงได้นำของกลางทั้งหมดมาตรวจสอบ ณ สน.เรือบึงกาฬ เพื่อทำการสืบสวนขยายผลต่อไป

นบ.ยส.24 เชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการลักลอบค้ายาเสพติด หรือข้อมูลผู้ค้ายาเสพติด ผ่านเจ้าหน้าที่หน่วยกำลังทหารทุกหน่วย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ปัญหายาเสพติดลดลง และพี่น้องประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน อย่างยั่งยืนต่อไป

ภาพ/ข่าว : นบ.ยส.24

ข่าวเหตุการณ์ทั่วไป ข่าวสถานการณ์