นราธิวาส – เขย่ากระบวนการยุติธรรม! เท้งผู้นำฝ่ายค้าน-โรม ลุยใต้ จี้ถามปม ปืนของรัฐ-คนของรัฐ ลอบยิง สส.กมลศักดิ์ หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง น.ต.เดโช รันตพันธุ์ ผู้ต้องหาสำคัญ

วันนี้ 18 กรกฎาคม 2569 คณะแกนนำฝ่ายค้านนำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ จับมือทีมกรรมาธิการชุดใหญ่ ทั้ง นายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.การกฎหมายฯ, นายเอกราช อุดมอำนวย ประธาน กมธ.การทหาร และนายรอมฎอน ปันจอร์ ร่วมเดินทางลงพื้นที่ เพื่อเข้าพบปะและมอบกำลังใจให้แก่ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. พรรคประชาชาติ ณ บ้านพักเลขที่ 13/3 หมู่ 9 ถนนเพชรเกษม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ท่ามกลางสถานการณ์ที่สังคมกำลังจับตามองคดีความมั่นคงอย่างใกล้ชิด

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เปิดเผยความคืบหน้าคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ โดยระบุว่าคดีนี้ถือเป็น “คดีความมั่นคงที่สำคัญที่สุด” เพราะผู้ก่อเหตุใช้คนของรัฐ ปืนของรัฐ และรถของรัฐในการปฏิบัติการ แต่กลับมีความพยายามทำให้คดีนี้ดูเร่งรีบและน่าผิดหวัง ล่าสุดอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง น.ต.เดโช รันตพันธุ์ ผู้ต้องหา 1 จาก 7 คน ซึ่งกรรมาธิการมองว่าคนคนนี้คือตัวการสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปถึงผู้สั่งการเบื้องหลัง หากคดีจบลงแค่นี้จะถือเป็นการตัดตอนที่สังคมยอมรับไม่ได้
นอกจากนี้ ในวันที่ 24 นี้ ทาง กมธ.กฎหมาย จะเดินทางไปยังอำเภอสัตหีบ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เจ้าหน้าที่อ้างว่า อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุซึ่งเป็นปืนของรัฐได้ถูกทำลายตามซีเรียลหมายเลข (Serial Number) ไปแล้ว ว่ามีการทำลายจริงหรือเป็นการทำลายหลักฐาน พร้อมทั้งเตรียมเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสมาให้ข้อมูลอีกครั้ง หลังจากที่เคยปฏิเสธโดยอ้างว่าติดภารกิจมาโดยตลอด และจะลงพื้นที่ตรวจสอบซ้ำอีกครั้งในวันที่ 11-12 สิงหาคม

นายรังสิมันต์ ยังได้เปิดเผยประเด็นร้อนเกี่ยวกับความมั่นคงไซเบอร์และสิทธิมนุษยชน โดยระบุว่า มีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขอข้อมูลการใช้งานโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตของประชาชนในพื้นที่ไปเก็บไว้ที่ภาค 9 ครอบคลุมรายชื่อกว่า 2,000,000 รายชื่อ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีหลายอำเภอไม่ได้อยู่ในเขตประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การกระทำดังกล่าวจึงถือเป็นการปฏิบัติการที่ไม่มีกฎหมายรองรับ เกินกว่าที่สังคมจะยอมรับได้ และมีความเสี่ยงสูงหากข้อมูลเหล่านี้หลุดไปอยู่ในมือของคนร้าย ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตกอยู่ในอันตราย
ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้จะไม่สามารถสำเร็จได้เลยหากรัฐไม่สามารถดึงความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมา คดีของ สส.กมลศักดิ์ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า แม้กระทั่งผู้แทนราษฎรยังโดนลอบสังหารโดยเจ้าหน้าที่รัฐ แต่รัฐบาลกลับยังไม่สามารถให้คำตอบที่โปร่งใสได้ว่าใครคือผู้สั่งการเบื้องหลัง
“ในพื้นที่นี้คือ สงครามการแย่งชิงมวลชน ถ้าคดีของพี่กมลศักดิ์ยังไม่โปร่งใส ผมมองไม่เห็นทางเลยว่า เราจะทำอย่างไรให้ประชาชนและมวลชนมาอยู่เคียงข้างรัฐ” นายณัฐพงษ์ กล่าว


หัวหน้าพรรคประชาชน ยังชี้เป้าไปที่หน่วยงานกำกับดูแล โดยระบุว่า สำนวนคดีของตำรวจที่ออกมาอ่อนนั้น อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง ส่วนประเด็นเรื่องรถหลวงและข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ก็เชื่อมโยงไปถึงกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น บุคคลที่จะต้องออกมาแสดงความชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องชายแดนใต้ในเวลานี้ก็คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ทั้งนี้ ผู้นำฝ่ายค้านย้ำว่า พรรคประชาชนและพรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมสนับสนุนงบประมาณและอุปกรณ์แก่หน่วยงานความมั่นคงหากขาดแคลน เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนในระยะสั้น แต่ในระยะยาว ปลายทางที่อยากเห็นคือการปฏิรูปกองทัพและการกระจายอำนาจภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ โดยไม่ให้หน่วยงานความมั่นคงเข้ามาแทรกแซงทางการเมือง พร้อมสนับสนุนให้เดินหน้ากระบวนการพูดคุยสันติภาพ ควบคู่ไปกับข้อตกลงทดลองนำร่องหยุดยิง 40 วัน เพื่อให้ความขัดแย้งจบลงที่โต๊ะเจรจาอย่างยั่งยืน.

ภาพ/ข่าว : ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าวนราธิวาส รายงาน โทร 082-4154474
ศูนย์ข่าวภาคใต้ นสพ.แผ่นดินไทยโพสต์

