380 ล้านบาท กรมเจ้าท่าเดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างแล้ว แต่ชาวบ้าน–ภาคท่องเที่ยว–ประมงพื้นบ้าน ยังไม่รู้ข้อมูลโครงการและผลกระทบ?

380 ล้านบาท กรมเจ้าท่าเดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างแล้ว แต่ชาวบ้าน–ภาคท่องเที่ยว–ประมงพื้นบ้าน ยังไม่รู้ข้อมูลโครงการและผลกระทบ?

พังงา – เปิดเอกสารรัฐ! โครงการเสริมทรายเขาหลัก–แหลมปะการัง 380 ล้านบาท เดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างแล้ว แต่ชาวบ้าน–ภาคท่องเที่ยว–ประมงพื้นบ้าน ยังไม่รู้ข้อมูลโครงการและผลกระทบ?

“สำนักข่าวแผ่นดินไทยโพสต์” เปิดประเด็นตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่ของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ในชื่อ “โครงการเสริมทรายเพื่อป้องกันการกัดเซาะบริเวณเขาหลักถึงแหลมปะการัง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ระยะที่ ๑”
โครงการนี้ มีวงเงินรวมสูงถึง 380 ล้านบาท และเป็นโครงการของกรมเจ้าท่า ไม่ใช่โครงการของจังหวัดพังงาโดยตรง
ตามข้อมูลแผนงาน โครงการมีพื้นที่ดำเนินการประมาณ 2,920 เมตร บริเวณชายหาดเขาหลัก–แหลมปะการัง และมีระยะเวลาดำเนินการประมาณ 900 วัน


แบ่งกรอบงบประมาณออกเป็น 3 ปี ได้แก่
📌 ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 76 ล้านบาท
📌 ปีงบประมาณ 2569 จำนวน 252 ล้านบาท
📌 ปีงบประมาณ 2570 จำนวน 252 ล้านบาท
แต่เมื่อพิจารณาจากเอกสารที่ปรากฏ กลับพบว่า โครงการไม่ได้อยู่เพียงขั้นตอนการเสนอขอรับงบประมาณเท่านั้น กรมเจ้าท่าได้จัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้าง และมีการประกาศประกวดราคาด้วยวิธี e-bidding แล้ว เลขโครงการ 68029226289 ประกาศเชิญชวนเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568
วงเงินงบประมาณ 380 ล้านบาท ราคากลาง 346.9 ล้านบาท
คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า
-ขณะที่โครงการขนาดใหญ่กำลังเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ประชาชนในพื้นที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับโครงการอย่างทั่วถึงแล้วหรือไม่?
-ชาวบ้านในพื้นที่ชายหาดเขาหลัก–แหลมปะการัง ได้รับทราบรายละเอียดโครงการ ผลกระทบ และมาตรการป้องกันผลกระทบอย่างไร?
-ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและผู้ประกอบการชายหาดได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานและผลกระทบต่อการท่องเที่ยวแล้วหรือไม่?
-ชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งอาจใช้พื้นที่ชายฝั่งและทะเลบริเวณดังกล่าว ได้รับทราบและมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลหรือไม่?
-โครงการมีความพร้อมด้านพื้นที่ในการดำเนินการแล้วหรือยัง?
-มีการส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างแล้วหรือไม่?
-มีการลงนามในสัญญาก่อสร้างแล้วหรือยัง?
-ผู้รับจ้างคือใคร?
-มีการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 จำนวน 76 ล้านบาทแล้วหรือไม่?
และที่สำคัญ…


-หากมีการจัดเตรียมสำนักงานสนามหรือสำนักงานก่อสร้างชั่วคราว มีการเช่าและเบิกจ่ายงบประมาณแล้วหรือไม่?
-ประเด็น “ค่าเช่าสำนักงานก่อสร้างชั่วคราว” ก็เป็นอีกเรื่องที่ควรตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะต้องแยกให้ชัดเจนว่า หนึ่ง เป็นค่าใช้จ่ายของกรมเจ้าท่า หรือ สอง เป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบตามสัญญาและเงื่อนไขการก่อสร้าง
-หากมีการใช้งบประมาณของรัฐเช่าสำนักงานหรือสถานที่ปฏิบัติงานก่อนที่จะมีการลงนามสัญญาก่อสร้าง ก็จำเป็นต้องตรวจสอบว่า ใครเป็นผู้เช่า? ใช้งบประมาณจากหมวดใด? มีอำนาจตามเอกสารใด? เช่าก่อนหรือหลังลงนามสัญญา? มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อราชการอย่างไร? และมีค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนกับค่าใช้จ่ายที่ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบตามสัญญาหรือไม่?
ขณะเดียวกัน ต้องตรวจสอบรายละเอียดใน TOR แบบรูปรายการ และเงื่อนไขสัญญาว่า กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสำนักงานสนาม ที่ทำการชั่วคราว หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการก่อสร้างด้วยหรือไม่ เพราะหากสัญญากำหนดให้ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ แต่กลับมีการนำงบประมาณแผ่นดินไปดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ก็เป็นประเด็นที่ควรตรวจสอบเรื่องความซ้ำซ้อนและความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณ
โครงการเสริมทรายเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอาจมีวัตถุประสงค์ เพื่อป้องกันความเสียหายและรักษาพื้นที่ชายฝั่ง แต่โครงการมูลค่า 380 ล้านบาท ย่อมไม่ใช่เพียงเรื่องของการก่อสร้าง เพราะชายหาดเขาหลัก–แหลมปะการังเกี่ยวข้องกับ
🌊 ระบบชายฝั่ง
🏝️ การท่องเที่ยว
🎣 ประมงพื้นบ้าน
🏘️ ชุมชนท้องถิ่น
💰 การใช้งบประมาณแผ่นดิน
ดังนั้น คำถามสำคัญคือ
-ประชาชนในพื้นที่ได้รับรู้ข้อมูลโครงการมากน้อยเพียงใด?
-มีการประเมินผลกระทบต่อพื้นที่อย่างไร?
-มีการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มโครงการแล้วหรือไม่?
-มีการประเมินความคุ้มค่าของงบประมาณ 380 ล้านบาทอย่างไร?
-และงบประมาณที่ตั้งไว้ในแต่ละปี ถูกเบิกจ่ายจริงไปแล้วจำนวนเท่าใด?
“สำนักข่าวแผ่นดินไทยโพสต์” จะติดตามตรวจสอบข้อมูลจากเอกสารราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะ
🔍 สัญญาจ้าง
🔍 TOR และแบบรูปรายการ
🔍 รายงานผลการพิจารณาจัดซื้อจัดจ้าง
🔍 ผู้รับจ้าง
🔍 การส่งมอบพื้นที่
🔍 การเบิกจ่ายงบประมาณ
🔍 ค่าใช้จ่ายสำนักงานสนามหรือสำนักงานก่อสร้างชั่วคราว
🔍 ผลกระทบต่อชุมชน การท่องเที่ยว และประมงพื้นบ้าน
ประชาชนมีสิทธิที่จะรู้ว่า งบประมาณแผ่นดินจำนวน 380 ล้านบาท กำลังจะถูกใช้ไปกับโครงการใด ดำเนินการอย่างไร มีความพร้อมเพียงใด และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างคุ้มค่าหรือไม่
“นี่ไม่ใช่การกล่าวหาว่า โครงการมีการทุจริต แต่เป็นคำถามที่ควรได้รับคำตอบก่อนเงินงบประมาณแผ่นดินจะถูกใช้จ่ายไปจนหมด”
📌 “งบประมาณเดินหน้าแล้ว แต่พื้นที่พร้อมหรือยัง?”
📌 “ประชาชนรู้ข้อมูลโครงการแล้วหรือยัง?”
📌 “ผลกระทบต่อชายหาด การท่องเที่ยว และประมงพื้นบ้านมีการประเมินไว้อย่างไร?”
📌 “และเงิน 380 ล้านบาท จะสร้างประโยชน์ให้ประชาชนอย่างคุ้มค่าหรือไม่?”
“สำนักข่าวแผ่นดินไทยโพสต์” ติดตาม ตรวจสอบ และนำเสนอข้อมูลจากเอกสารราชการเพื่อประโยชน์สาธารณะ.
ภาพ/ข่าว นสพ.แผ่นดินไทยโพสต์ศูนย์ภาคใต้รายงาน

ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวทั่วไป สังคม