นราธิวาส – แม่ชาวมุสลิม หอบหลักฐานร้อง “กัน จอมพลัง” ลูกสาววัย 13 ถูก 6 ทรชน รุมโทรมสลบคาห้องน้ำ น้ำตกสุขทาลัย – แฉเพื่อนสาวลวงมาเค้นย่ำยี คดีไร้ความคืบหน้า ยันไม่รับเงินเจรจา ขอเอาผิดถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 นายกัณฐ์ศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือที่รู้จักกันในนาม “กัน จอมพลัง” นักธุรกิจหนุ่มหัวใจอาสา แจ้งผู้สื่อข่าวว่า มีแม่ชาวมุสลิมขอให้กันจอมพลังช่วย ลูกสาว อายุ 13 ปี ถูกกลุ่มเพื่อนชายรุมโทรม ทั้งหมด 6 คน จนหมดสติไป ปกติน้องจะเรียนที่ กทม กลับมาที่ใต้ปีละครั้ง วันเกิดเหตุ ได้มีการชักชวนกันไปเที่ยวน้ำตกกับกลุ่มเพื่อนผู้หญิง ในระหว่างนั้น ตอนออกห่างจากเพื่อน ๆ กลับถูกกลุ่มเพื่อนที่ไม่ได้สนิทกัน ฉุดกระชากเข้าไปข่มขืน ในห้องน้ำ ทั้งหมด 6 คน น้องไม่กล้าแจ้งความ จนแม่มารู้ความจริง ตอนนี้คาดว่า ฝ่ายชายจะมีคลิปที่ถ่ายไว้ตอนรุมโทรมน้อง ทางแม่กับน้องจึงอยากให้กันจอมพลังช่วย จึงรับปากด้วย

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. ด.ญ.ผู้เสียหาย (อายุ 13 ปี) ได้เดินทางไปเที่ยวน้ำตกสุขทาลัย ม.5 บ้านเขาน้ำตก ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา พร้อมกลุ่มเพื่อนผู้หญิงประมาณ 5 คน รวมผู้เสียหายเป็น 6 คน โดยก่อนหน้านี้ ผู้เสียหายเคยมีปากเสียงกับเพื่อนผู้หญิง 1 ในกลุ่มดังกล่าว
ขณะกำลังเล่นน้ำอยู่ด้านบน ผู้เสียหายได้เดินลงมาเอาผ้าคลุมฮิญาบด้านล่างที่ลืมไว้ ระหว่างทางกลับถูกกลุ่มวัยรุ่นชายจำนวน 6 คน ฉุดกระชากตัวเข้าไปในห้องน้ำสาธารณะ โดย 3 คนแรกได้ลงมือรุมข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นอีก 3 คนได้เข้ามากระทำซ้ำ ซึ่งเหยื่อได้ช็อกหมดสติไป ในขณะที่ชายคนที่ 5 กำลังลงมือ จนกระทั่งเพื่อนสนิทลงมาตามหาและช่วยนำตัวส่งศาลาด้านนอก
ภายหลังเกิดเหตุ เพื่อนสนิทของผู้เสียหายได้มาสารภาพความจริงว่า เหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการที่กลุ่มเพื่อนผู้หญิงได้นัดแนะวางแผนกับกลุ่มผู้ชายรวม 8 คน (1 ในนั้นเป็นแฟนของเพื่อนในกลุ่ม) เพื่อล่อลวงเหยื่อมาให้รุมย่ำยี นอกจากนี้ ทางครอบครัวยังหวั่นเกรงว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุได้มีการบันทึกคลิปวิดีโอขณะลงมือไว้ด้วย

มารดาของผู้เสียหายเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนทำงานและพาลูกไปเรียนที่กรุงเทพฯ จะกลับมาบ้านที่ใต้เฉพาะช่วงปิดเทอม ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงขนาดนี้ หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน สภ.บันนังสตา (ตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี เล่มที่ 7/2569 เลขที่ 25 ลงวันที่ 20 ก.ค. 2569) โดยระบุผู้ก่อเหตุคือ “นายพิต” พร้อมพวกรวม 6 คน แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า และมีความพยายามจะให้เจรจายอมความ ซึ่งตนยืนยันหนักแน่นว่า “ไม่อยากได้เงิน แต่ต้องการความยุติธรรมให้ลูกสาว และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด”
ด้าน นายกัณฐ์ศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” กล่าวว่า วันนี้เดินทางนำกล้องวงจรปิดมาให้ที่ จ.นราธิวาส พร้อมมาดูแลว่า เจ้าหน้าที่และชาวบ้านต้องการความช่วยเหลือด้านใดบ้าง อะไรที่ซัปพอร์ตได้ผมก็จะทำครับ
ระหว่างลงพื้นที่ ทางแม่และน้องผู้เสียหายซึ่งอยู่ที่ จ.ยะลา ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือมา โดยแม่พาลูกสาวขี่มอเตอร์ไซค์ไกลกว่า 3 ชั่วโมงเพื่อมาหาผมที่นราธิวาส และนั่งรอจนกว่าผมจะเสร็จภารกิจเพื่อเข้าพูดคุย
แม่มีความร้อนใจมาก เนื่องจากลูกสาวถูกผู้ชาย 6 คนรุมโทรมกระทำชำเรา ซึ่งเหตุการณ์ผ่านมาสักพักและได้แจ้งความไว้นานหลายวันแล้ว ปัจจุบันน้องผู้เสียหายไม่ได้ไปเรียนหนังสือ ส่วนแม่ที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ก็ต้องหยุดงานกลับมาเพื่อติดตามเรื่องนี้
ในระหว่างติดตามคดี ได้มีคนกลางซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาขอพูดคุยเพื่อไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหาย โดยเสนอจ่ายเงิน 150,000 บาท เพื่อให้เรื่องจบและแยกย้ายกันไป
ในมุมมองของผมคิดว่า เรื่องนี้ทำได้ยากและไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นคดีกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ตามกฎหมายแล้วไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่สามารถยอมความหรือไกล่เกลี่ยได้ ยิ่งในเคสนี้ น้องไม่ได้ยินยอม และฝ่ายชายทั้ง 6 คน มีการใช้กำลังบังคับข่มขืนด้วย

หากมองในมุมสังคม ถ้าปล่อยให้มีการไกล่เกลี่ยในคดีรุมโทรม คนก่อเหตุจะคิดว่าใช้เงินแก้ไขได้ทุกอย่าง แล้วอาจจะไปทำพฤติกรรมแบบนี้ซ้ำ ๆ กับคนอื่นอีก แล้วไปก่อเหตุกับเหยื่อรายใหม่เรื่อย ๆ
เบื้องต้น ผมได้พูดคุยกับ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แล้ว ท่านยินดีเข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เนื่องจากเหตุเกิดในพื้นที่ สภ.บันนังสตา เชื่อว่าเมื่อท่านลงมาดูแลเอง คดีจะมีความคืบหน้าแน่นอน และจะต้องมีการตรวจสอบไปถึงตัวบุคคลที่เข้ามาพยายามไกล่เกลี่ยด้วย
หลังจากนี้ ผมจะประสานงานไปยัง อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (พม.) เพื่อให้ส่งทีมสหวิชาชีพเข้ามาร่วมเร่งรัดกระบวนการสอบปากคำเด็กตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.
ภาพ/ข่าว : ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าวนราธิวาส รายงาน โทร 082-4154474
ศูนย์ข่าวภาคใต้ นสพ.แผ่นดินไทยโพสต์

