วันแรกของการบังคับใช้กฎหมายจราจร ประชาชนมีความเห็นว่า ค่าปรับมีอัตราที่สูงมาก

วันแรกของการบังคับใช้กฎหมายจราจร ประชาชนมีความเห็นว่า ค่าปรับมีอัตราที่สูงมาก

กาญจนบุรี – วันแรกของการบังคับใช้กฎหมายจราจร ประชาชนมีความเห็นว่า ค่าปรับมีอัตราที่สูงมาก อยากให้ดูแลปัญหาเมาแล้วขับ เพิ่มอัตราโทษให้สูงกว่านี้

จากกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับมือกรมการขนส่งทางบก MOU เชื่อมข้อมูลใบสั่งจราจรรูปแบบใหม่ตามแนวคำพิพากษา เริ่มบังคับใช้ 1 สิงหาคมนี้ หากค้างชำระ ไม่ได้รับป้ายภาษีจริง เปิดใช้งานวันแรก 1 สิงหาคม 69 มีเสียงจากผู้ใช้รถใช้ถนนแตกต่างกัน สุดท้ายก็น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงให้เห็นจากนี้ไป เสียงเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ตั้งด่าน ให้ข้อคิดมาโดยเฉพาะผู้ใช้รถใช้ถนนควรป้องกันตัวเอง โดยเฉพาะการสวมหมวกนิรภัย รณรงค์ประชาสัมพันธ์ตลอด ฝากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติเคร่งครัดด้วย รวมถึงป้ายเสียภาษีอย่าให้ขาด มิฉะนั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุท่านอาจจะเสียโอกาสการดูแล ซึ่งเกิดขึ้นจำนวนมากเมื่อเกิดอุบัติเหตุการช่วยเหลือท่านจะเสียโอกาสไป

ผู้สื่อข่าวได้ติดตามของความคิดเห็นในการบังคับใช้กฎหมายจราจรทางบกกับผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งมีเสียงตอบไม่แตกต่างกันคือ อัตราค่าปรับที่มีราคาสูงมาก อาจทำให้เกรงกลัวมากพอสมควร แต่การเมาแล้วขับเรื่องนี้ น่าจะเพิ่มโทษให้สูงมากกว่านี้ น่าจะช่วยได้ อยากให้มีการประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้นน่าจะได้ผลดีขึ้น

อีกรายใช้รถใช้ถนนเป็นคนขับรถเร็วและโดนเสียค่าปรับมาตลอด พูดถึงค่าปรับค่อนข้างสูง แต่เมื่อการบังคับใช้กฎหมายใหม่ มันก็ดีคนจะได้เข็ดรวมถึงตัวเองด้วย ป้ายบอกก็แจ้งให้แต่หลายคนก็ยังไม่ปฏิบัติตาม แต่เมื่อกฎหมายใหม่ออกมาบังคับใช้ก็น่าจะดีขึ้นกว่าเดิม ความปลอดภัยก็จะตามมามากขึ้น ช่วงแรกเราก็ต้องปรับตัวให้ได้ เพราะคนไทยก็รู้ๆ อยู่ขับเร็วเกินกำหนดอยู่แล้ว เมื่อกฎหมายนี้ออกมาการเดินทางก็น่าจะปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

สำหรับกระบวนการตามกฎหมายของใบสั่งจราจร ข้อมูลของผู้ไม่ชำระใบสั่งที่จะมีผลต่อการต่อภาษีประจำปีที่จะส่งไปยังกรมการขนส่งทางบกนั้น หากไม่ชำระใบสั่งใบแรกหลัง 1 สิงหาคม 2569 จะมีหนังสือแจ้งเตือนตามกฎหมายไป และหากยังไม่ชำระตามหนังสือ แจ้งเตือนอีก ในระยะเวลาประมาณ 60-90 วัน นับจากวันออกใบสั่ง ข้อมูลการไม่ชำระใบสั่งนั้นจะเชื่อมโยงไปยังกรมการขนส่งทางบก คาดว่า ประมาณช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2569 ประชาชนที่จะไปต่อภาษีที่ขนส่งจะเริ่มทราบข้อมูลการค้างชำระใบสั่งในระบบได้

การลงนาม MOU ในครั้งนี้ จึงเป็นการบูรณาการข้อมูลเพื่อสร้างมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นสากล ตามหลักนิติธรรม ตามแนวคำพิพากษาศาลปกครอง ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ สร้างวินัยจราจร สร้างความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน สร้างมาตรฐานสากล ความอุ่นใจปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว เกิดความยั่งยืนด้านความปลอดภัยทางถนนให้ประเทศชาติต่อไป.

ภาพ/ข่าว : ปรีชา   ไหลวารินทร์ ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี

หนังสือพิมพ์ แผ่นดินไทยโพสต์

ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวทั่วไป สังคม