กาญจนบุรี – เฝ้าติดตาม”สีดอเดี่ยว”ใกล้ชิด!! ผอ.สำนักฯ 3 พร้อมทีมสัตวแพทย์ ติดตาม “สีดอเดี่ยว” ช้างป่าสลักพระ เพื่อรักษาอาการเจ็บขาหลังอย่างใกล้ชิด พบอุปสรรคหลบเข้าป่าทึบยากต่อการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ เตือน ปชช.หากพบเจอให้อยู่ห่าง เพื่อความปลอดภัย

จากกรณีเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พบ “สีดอเดี่ยว”ช้างป่าอายุประมาณ 40 ปี มีอาการบาดเจ็บที่บริเวณขาหลังด้านซ้าย จากสภาพที่พบ ช้างตัวดังกล่าวต้องเดินเขย่งไปอย่างช้า ๆเนื่องจากขาซ้ายไม่สามารถรับน้ำหนักได้ โดย นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายสุทธิชัย โผภูเขียว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พร้อมคณะสัตวแพทย์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และเจ้าหน้าที่ได้ติดตามพร้อมวางแผนในการรักษาช้างตัวดังกล่าวอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และนอกจากนี้ ยังมีการสลับสับเปลี่ยนกันคอยติดตามตลอด 24 ชั่วโมง เบื้องต้นได้ดำเนินการฉีดยารักษาให้กับช้างป่าตัวดังกล่าวไป ปัจจุบันพบว่า ช้างป่าเข้าไปหลบอยู่ในป่าทึบท้องที่หมู่ 1 ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงจัดกำลังเฝ้าระวังพื้นที่อย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ นายราชันย์ บัวตรี เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ติดตามอาการ พบว่าช้างป่า “สีดอเดี่ยว” เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เดินข้ามแม่น้ำแควใหญ่และเข้าไปหลบพักอาศัยอยู่บริเวณชายป่าเนินเขา ท้องที่บ้านหนองหอย หมู่ที่ 4 ต.วังด้ง อ.เมืองกาญจนบุรี โดยมีพฤติกรรมระมัดระวังตัวและพยายามหลบหนีการเข้าใกล้ของเจ้าหน้าที่ ทีมสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ได้ใช้วิธีการยิงยาด้วยปืนยิงยาระยะไกล เพื่อส่งยารักษา ประกอบด้วย วัคซีนป้องกันบาดทะยัก ยาลดอักเสบ และยาฆ่าเชื้อ เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อและการอักเสบของบาดแผล
การปฏิบัติงานของทีมเจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากช้างป่าเดินหลบเข้าไปในบริเวณป่ารกทึบ ทำให้การเคลื่อนย้ายอุปกรณ์และการติดตามเพื่อประเมินบาดแผลเป็นไปด้วยความยากลำบาก อีกทั้งยังต้องเพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัยของทั้งเจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นพิเศษ

สำหรับการช่วยเหลือช้างสีดอเดี่ยวในครั้งนี้ ทางกรมอุทยานฯ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของช้างและเจ้าหน้าที่เป็นหลัก แม้ว่าสภาพภูมิประเทศจะเป็นป่ารกทึบและช้างมีพฤติกรรมตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ โดยได้มีการจัดกำลังสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าพื้นที่เพื่อติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อวางแผนการส่งยารักษาในเข็มถัดไปอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ นายสุทธิชัย โผภูเขียว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนต่อไป เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระและทีมสัตวแพทย์จะยังคงปักหลักในพื้นที่ เพื่อประเมินการตอบสนองต่อยาของช้างป่า พร้อมทั้งประสานงานกับผู้นำชุมชนและราษฎรในพื้นที่บ้านหนองหอยและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อแจ้งเตือนให้เพิ่มความระมัดระวังในการเข้าพื้นที่ป่า และขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นช้างป่าสีดอเดี่ยว โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที และหลีกเลี่ยงการรบกวนช้าง เพื่อให้การวางแผนรักษาเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด.

ภาพ/ข่าว : ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์
หนังสือพิมพ์ แผ่นดินไทยโพสต์

