กาญจนบุรี – ตร.ทางหลวงไล่ล่ากระบะซุกแรงงานเถื่อนร่วม 20 กม.คนขับเห็นท่าไม่รอดจอดรถทิ้งอาศัยความมืดหลบหนีไปได้ แรงงาน ช.-ญ. 9 ราย โดนรวบกลางป่า

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (ผกก.2 บก.ทล.) พ.ต.ต.กฤษฎา พ่วงปาน สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 6 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล.) สั่งการให้ ร.ต.อ.อำนาจ สีนวล รอง สว.ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. พร้อมด้วย ร.ต.ท.กุศล ยะฟั่น ร.ต.ต.พีรธรรม หนูนุรัตน์ รอง สว.(ป) ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. นำกำลังออกตรวจการในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องการและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายบนเส้นทางหลวง
จนกระทั่งพบรถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า บีที 50 สีขาว หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร ขับอยู่บนถนนสาย 3199 หมู่ 1 ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ลักษณะบรรทุกน้ำหนักมากผิดปกติอีกทั้งยังใช้ความเร็วสูง เจ้าหน้าที่ขับติดตามไปพร้อมส่งสัญญาณให้คนขับหยุดรถเพื่อขอตรวจค้น แต่คนขับไม่ยอมและได้เร่งเครื่องพยายามหลบหนี ระหว่างเร่งเครื่องหลบหนีพบรถส่ายไปมาอย่างน่าหวาดเสียว
โดยคนขับได้เลี้ยวมุ่งหน้าไปทาง อ.บ่อพลอย เจ้าหน้าที่ได้ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด แต่เมื่อไปถึงท้องที่หมู่บ้านทุ่งมะสังข์ คนขับได้กลับรถย้อนกลับเข้าเส้นทางบ้านเนินพระงาม ต.แก่งเสี้ยน มุ่งหน้าเข้าพื้นที่บ้านเขาเม็งพัฒนา ต.ปากแพรก มุ่งหน้าเข้าไปภายในชายป่าสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 13 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เป็นระยะทางประมาณ 20 กม.คนขับเห็นท่าไม่รอด จึงจอดรถแล้วเปิดประตูวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าท่ามกลางความมืด โดยพบกลุ่มแรงงานวิ่งหลบหนีไปคนละทิศละทาง แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถติดตามจับกุมตัวเอาไว้ได้ทั้งหมด 9 ราย เป็นชาย 4 ราย หญิง 5 ราย ส่วนคนขับสามารถหลบหนีการจับกุมไปได้ และจากการตรวจสอบพบกระเป๋าสัมภาระวางอยู่ที่กระบะท้ายโดยใช้สแลนสีดำปิดเอาไว้

โดยแรงงานทั้ง 9 ราย ไม่มีเอกสารใด ๆ มาแสดง อีกทั้งสื่อสารภาษาไทยไม่ได้ เจ้าหน้าที่จึงสอบปากคำผ่านล่าม โดยทั้งหมดให้การผ่านล่ามว่า พวกตนหลบหนีเข้าไปด้วยการใช้ช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนด้าน อ.สังขละบุรี จากนั้นมีผู้ร่วมขบวนการนำพาเดินลัดเลาะหลบด่านตรวจแล้วพาไปลงเรือล่องไปตามอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้นมาขึ้นรถที่จอดรออยู่ริมฝั่งในพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ โดยมีแรงงาน 8 ราย ต้องการเดินทางไปทำงานพื้นที่จังหวัดชั้นในของไทย โดยจ่ายค่าหัวให้กับนายหน้าคนละ 20,000 บาท อีก 1 ราย ต้องการข้ามชายแดนทางภาคใต้ เพื่อไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยต้องจ่ายค่าหัวให้กับนายหน้า 80,000 บาท ค่าใช้จ่ายทั้งหมดญาติที่ทำงานอยู่แล้วจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้

หลังจากให้การยอมรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อกล่าวหา กระทำผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่วนคนขับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อกล่าวหา กระทำผิดฐาน “ซ่อนเร้น ช่วยเหลือหรือช่วยด้วยประการใด ๆ แก่บุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้พ้นจากการจับกุม”ต่อไป.

ภาพ/ข่าว : ทีมข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์
นสพ.แผ่นดินไทยโพสต์

