กาญจนบุรี – ไม่ใช่เรื่องอาถรรพ์ หัวช้างเอราวัณแตกปีละครั้ง ส่วนบรรยากาศในพื้นที่ ฝนยังตกติดต่อกันมาหลายวัน ท้องฟ้ายังปิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 06.30 น.วันนี้ 26 ก.ย.69 เพจ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ Erawan National Park ประชาสัมพันธ์ผ่านเฟซบุ๊กว่า มาแล้วววจ้า หัวช้างแตก ครั้งแรกของปี พร้อมประกาศให้นักท่องเที่ยวที่มางดกิจกรรมทางน้ำ เนื่องจากน้ำมีปริมาณที่มาก และมีสีขุ่นแดง วันนี้จึงไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำ แต่สามารถเดินชมน้ำตกตั้งแต่ชั้นที่ 1-7 ได้ตามปกติค่ะ นอกจากห้ามลงเล่นน้ำยัง ห้ามพายเรือคายัค อีกด้วย
ทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ในการเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติเอราวัณ โดยขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และกฎระเบียบของทางอุทยานฯ อย่างเคร่งครัด หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง จะแจ้งประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทราบโดยเร็ว

รายงานว่า สำหรับการเกิดปรากฎการณ์หัวช้างเอราวัณแตก เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากปริมาณของน้ำจำนวนมากไหลบ่าลงมาอย่างรุนแรง จะแยกออกเป็นสายน้ำ 3 สาย บริเวณหน้าผาเหนือน้ำตกชั้นที่ 7 ที่มองดูแล้วคล้ายกับเศียรทั้งสามของช้างเอราวัณในตำนาน อันเป็นที่มาของชื่อน้ำตกและชื่ออุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูน้ำหลาก ที่น้ำมีกระแสไหลเชี่ยวรุนแรง สีขุ่น และอันตรายต่อการลงเล่นน้ำ
ซึ่ง น้ำตกเอราวัณ ถือเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีต้นน้ำเกิดจากลำห้วยม่องไล่ ไหลผ่านลงมาจากยอดเขาและผาสูง โดยแบ่งได้เป็น 7 ชั้น แต่เนื่องจากลักษณะน้ำตกชั้นที่ 7 มีลักษณะที่คล้ายกับหัวช้างเอราวัณ 3 เศียร โดยน้ำตกเอราวัณทั้ง 7 ชั้น มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำ จึงทำให้นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้

ปรากฏการณ์ “หัวช้างแตก” ซึ่งเป็นการที่น้ำป่าหลากลงมาจากหน้าผาเหนือชั้น 7 ทำให้เกิดภาพที่สวยงามและอลังการ แม้จะทำให้น้ำตกขุ่นและไหลเชี่ยวในช่วงแรก แต่เป็นสัญญาณของความอุดมสมบูรณ์ที่จะทำให้น้ำตกสวยงามที่สุดในช่วงหลังจากนี้ไป เมื่อวันที่ (16 ก.ย.68) อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี ได้เผยภาพปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ มาแล้วครั้งหนึ่ง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละปี สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในผืนป่าตะวันตก หลังจากนี้ไม่นาน น้ำตกจะกลับมามีน้ำที่ใสและสวยงามที่สุด ซึ่งเป็นผลมาจากการที่น้ำในป่าต้นน้ำได้เติมเต็มระบบนิเวศทั้งหมด ทำให้มั่นใจได้ว่าในช่วงหน้าแล้งปีหน้า น้ำตกจะมีปริมาณน้ำที่เพียงพอสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน.

ที่มา : อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี
นสพ.แผ่นดินไทยโพสต์

