นราธิวาส – แม่ทัพภาคที่ 4 หารือคณะกรรมการอิสลามฯ นราธิวาส เดินหน้าหนุนศาสนา วัฒนธรรม และศูนย์ตาดีกา

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 พล.ท.ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางเข้าพบ นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ณ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส อ.เมืองนราธิวาส การพบปะครั้งนี้ มี รองประธานและคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมด้วย พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร ผบ.ฉก.นราธิวาส พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และ นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ผบ.ฉก.นย.ทร. รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเพื่อขอคำแนะนำและประสานความร่วมมือ

พลโท ชาคริต อุจะรัตน เปิดเผยว่า การเดินทางมาพบปะครั้งนี้มี 2 ประเด็นสำคัญ ประเด็นแรกคือ การปฏิบัติตามวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของคนไทย ในการเข้าพบผู้หลักผู้ใหญ่ เพื่อขอคำแนะนำและการสนับสนุน หลังเข้ารับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ประเด็นที่สองคือ การปฏิบัติหน้าที่ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่จำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ซึ่งเป็นสถาบันหลักในการยึดเหนี่ยวจิตใจและชี้นำสังคมให้ดำเนินชีวิตตามหลักศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง “คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เป็นสถาบันสำคัญในการยึดเหนี่ยวจิตใจ และส่งเสริมการดำเนินชีวิตของประชาชนตามหลักศาสนาอิสลามที่ถูกต้องและดีงาม เพื่อจะได้มีแนวทางที่เป็นสันติวิธี”
“กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมประสานความร่วมมือและสนับสนุนบทบาทของคณะกรรมการอิสลามฯ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมให้เกิดความถูกต้อง ดีงาม และสร้างความร่วมมือในการดูแลประชาชน”
แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวอีกว่า การที่จะหาข้อยุติร่วมกันหรือหาแนวทางร่วมกันนั้นต้องใช้เวลา ต้องใช้หลายวิธีการ ในการที่จะพูดคุยกัน วันนี้ประเด็นของการพูดคุยนั้นพัฒนาไป ผมคิดว่ามันใกล้จุดที่แต่ละฝ่ายจะพึงพอใจ เราก็คาดหวังว่าถ้าวันหนึ่ง ความมุ่งหวังที่ดีงามของแต่ละฝ่ายนั้นตรงกัน เป็นความมุ่งหวังที่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ และเป็นที่ยอมรับของคนในพื้นที่ การพูดคุยก็น่าจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้พื้นที่นี้กลับมาสู่สันติสุขอย่างแท้จริงและยั่งยืน”

แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงปัญหาชายแดน เรื่องการลักลอบซื้อขายสินค้าหนีภาษีและสินค้าผิดกฎหมายว่า เกิดขึ้นทุกแนวชายแดนของประเทศ ไม่ได้เฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะยึดประเด็นความมั่นคงเป็นหลัก และจะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ใช้อำนาจของฝ่ายทหารเข้าไปจัดการโดยตรง
เป้าหมายสำคัญคือ ต้องการให้ประชาชนตามแนวชายแดนสามารถดำเนินชีวิตตามวิถีปกติได้ และมีพัฒนาการไปสู่การมีอาชีพสุจริต มีรายได้ที่พอเพียง พร้อมระบุว่า ขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านฝั่งมาเลเซีย รัฐกะลันตัน ได้เริ่มแสดงความพยายามที่จะเข้ามาช่วยเหลือแบบค่อยเป็นค่อยไป
“จึงขอความเข้าใจ ขอความเห็นใจจากพี่น้องประชาชนด้วยว่า อย่างไรก็ตามเราก็ต้องค่อย ๆ ทำให้บ้านเรานั้นมีความถูกต้อง ดีงาม นี่เป็นสิ่งที่ผมตั้งใจว่าการทำหน้าที่ของผมนั้นจะยึดหลักความถูกต้อง และยึดหลักความพยายามทางศาสนา”

ด้าน นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ กล่าวว่า คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส พร้อมให้ความร่วมมือกับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และทุกภาคส่วน ทั้งด้านศาสนา วัฒนธรรม และการส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคม เพื่อร่วมกันดูแลและสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนและชุมชนในพื้นที่ต่อไป
ประธานคณะกรรมการอิสลามฯ ยังเน้นย้ำถึงบทบาทของสถาบันศาสนาในการเป็นศูนย์กลางในการสร้างความเข้าใจ สร้างความสมานฉันท์ และเป็นกลไกสำคัญในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนในพื้นที่
แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวชื่นชมบทบาทของคณะกรรมการอิสลามฯ ในการดูแล ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด หรือ “ตาดีกา” ว่า เป็นกลไกสำคัญด้านการศึกษาและวัฒนธรรมของชุมชน หนุนศูนย์ตาดีกา สร้างเยาวชนเป็นคนดีมีศาสนาเป็นหลัก ศูนย์ตาดีกาเป็นสถานที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้หลักศาสนา หลักจริยธรรมพื้นฐาน เพื่อหล่อหลอมให้เติบโตเป็นคนดีของสังคม โดยมีศาสนาเป็นหลักยึดเหนี่ยว
“กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมสนับสนุนบทบาทของคณะกรรมการอิสลามฯ และส่งเสริมการทำงานของศูนย์ตาดีกา เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กลไกทางสังคมและการพัฒนาเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้”

นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังได้พูดถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่กำลังเคลื่อนตัวจากภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ โดยยืนยันว่า ได้มีการติดตามและเตรียมการตั้งแต่ จ.ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ลงมา ไม่ได้เน้นเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่ มีการบูรณาการกับผู้ว่าราชการจังหวัด ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และใช้ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยและนักวิชาการในการวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า เพื่อให้การแจ้งเตือนประชาชนเป็นไปอย่างชัดเจน “ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า เราเตรียมการอย่างเต็มที่ บทเรียนที่ผ่านมา บางครั้งภัยธรรมชาติก็เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถไปปิดกั้นหรือห้ามได้ เราอาจจะจำเป็นต้องอพยพี่น้องประชาชน ก็คงต้องขอความร่วมมือกัน”
แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวทิ้งท้ายว่า โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในโครงสร้างของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพียงพอที่จะเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่.

ภาพ/ข่าว : ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าวนราธิวาส รายงาน โทร 082-4154474
ศูนย์ข่าวภาคใต้ นสพ.แผ่นดินไทยโพสต์

