กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) มีคำสั่งปิดศูนย์พักพิงดูแลผู้สูงอายุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี พร้อมขนถ่ายผู้สูงอายุและผู้ป่วยออกทั้งหมด

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) มีคำสั่งปิดศูนย์พักพิงดูแลผู้สูงอายุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี พร้อมขนถ่ายผู้สูงอายุและผู้ป่วยออกทั้งหมด

กาญจนบุรี – กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) มีคำสั่งปิดศูนย์พักพิงดูแลผู้สูงอายุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี พร้อมขนถ่ายผู้สูงอายุและผู้ป่วยออกทั้งหมด

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ภายหลังจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับทราบคำสั่งปิดศูนย์ดังกล่าว นางสาว วริษฐา  สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้มอบหมายให้ นายฑรัท  เหลืองสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่ติดตามและอำนวยการดำเนินการ พร้อมด้วย นายแพทย์ธีรพจน์  ฟักน้อย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี นางสาวชลธิชา  วงษ์อุตสาห์ นายอำเภอท่าม่วง และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

โดย นายแพทย์กิตติศักดิ์  อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้มอบหมายทีมแพทย์และสหวิชาชีพ พร้อมเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลศรีธัญญา  สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา และศูนย์สุขภาพจิตที่ 5 ลงพื้นที่ร่วมดำเนินการตรวจคัดกรองและประเมินอาการผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่พักอาศัยอยู่ภายในศูนย์ฯ เพื่อพิจารณาคัดแยกและส่งต่อเข้ารับการดูแลรักษาในสถานพยาบาลที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ได้มีการประสานญาติของผู้สูงอายุและผู้ป่วยให้มารับตัวกลับภูมิลำเนา โดยมีญาติมารับกลับแล้ว 29 ราย สำหรับผู้ที่ญาติยังไม่สามารถมารับได้ในทันที ได้ดำเนินการส่งต่อเข้ารับการดูแลในสถานพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การดูแลของแพทย์และพยาบาล โดยสามารถติดต่อขอรับตัวกลับได้ภายหลัง ผลการดำเนินการส่งต่อผู้สูงอายุและผู้ป่วย มีรายละเอียด ดังนี้

1.โรงพยาบาลศรีธัญญา จำนวน 22 ราย

2.สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา จำนวน 9 ราย

3.สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ จำนวน 25 ราย

4.สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 5 ราย

5.โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 จำนวน 2 ราย

6.ญาติมารับกลับ จำนวน 29 ราย  รวมทั้งสิ้น 92 ราย

การดำเนินการดังกล่าว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ได้ประสานจัดรถจากโรงพยาบาลในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุและผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลและหน่วยงานที่รับดูแลต่อ โดยมีเจ้าหน้าที่พยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ร่วมอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย ตลอดจนประสานญาติและชี้แจงให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยทราบถึงสถานที่ที่จะนำไปพักและการดูแลรักษา

ผลการดำเนินการ ณ ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ภายในศูนย์ฯ และดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุและผู้ป่วยออกจากสถานที่ทั้งหมดแล้ว ไม่พบว่ามีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยหลงเหลืออยู่ภายในศูนย์ฯ และได้ดำเนินการส่งต่อผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลไปยังสถานพยาบาลและหน่วยงานที่เหมาะสม

สำหรับทีมเยียวยาจิตจิตใจที่ได้เข้าไปพูดคุยกับผู้ป่วยก็พบว่าผู้ป่วยมีคนที่งงว่าจะต้องย้ายออก หลายคนก็มีเพื่อนที่อยู่ด้วยกันมาก็ต้องแยกกับเพื่อน มีผู้ป่วยบางคนอยู่ยาวนานสุดถึง 17 ปี ได้มีการกอดอำลาเจ้าหน้าที่ที่ดูแล

ส่วนสถานที่แห่งนี้ ทางเจ้าของสามารถอยู่ได้ต่อ แต่จะเป็นการปิดในเรื่องสถานประกอบการเพียงเท่านั้น สำหรับในอนาคตถ้าการปรับปรับปรุงสถานที่และจะมีการขออนุญาตเปิดใหม่ ก็ต้องอยู่ที่สบส.เขต 5 ว่าจะพิจารณาให้เปิดหรือไม่ สำหรับทางเจ้าของทั้ง นางแมวและลูกชาย ก็ยอมรับกับคำสั่งปิด ซึ่งเจ้าของก็ให้ความร่วมมือดี.

ภาพ/ข่าว : ทีมข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา  ไหลวารินทร์

นสพ.แผ่นดินไทยโพสต์

ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวทั่วไป สังคม