มท.4 ลงพื้นที่พังงา ติดตามแผนรับมืออุทกภัย ชื่นชมจังหวัดเตรียมพร้อมรอบด้าน

มท.4 ลงพื้นที่พังงา ติดตามแผนรับมืออุทกภัย ชื่นชมจังหวัดเตรียมพร้อมรอบด้าน

พังงา – มท.4 ลงพื้นที่พังงา ติดตามแผนรับมืออุทกภัย ชื่นชมจังหวัดเตรียมพร้อมรอบด้าน ย้ำทุกโครงการต้องตอบโจทย์ประชาชน

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ที่ห้องประชุมภูผา ศาลากลางจังหวัดพังงา อ.เมือง จ.พังงา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามแผนการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดพังงา โดยมี นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายบัญชา ธนูอินทร์ นายสราวุฒิ ธนาเจริญสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ นายอรรถพล ไตรศรี นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ สส.จ.พังงา นายบำรุง ปิยนามวาณิช นายก.อบจ.พังงา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

นายวรศิษฎ์ฯ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มีความเป็นห่วงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ จากการคาดการณ์ปริมาณฝนที่มีความหนาแน่นในห้วงนี้ จึงเป็นที่มาของการลงพื้นที่เพื่อเน้นย้ำว่า ต้องมีการเตรียมพร้อมอย่างดีที่สุด แม้ว่าจะได้ใช้หรือไม่ได้ใช้ก็ตาม  สิ่งที่เราทำได้คือ เตรียมรับมือกับสถานการณ์ ด้วยการดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเร็วที่สุดและทั่วถึง และขอชื่นชมจังหวัดพังงา ที่ได้มีการเตรียมรับมือที่ถือว่าค่อนข้างพร้อม

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอเน้นย้ำข้อสั่งการ 3 ด้าน 1. ด้านการเตรียมความพร้อม ประสานข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมอุตุนิยมวิทยา GISTDA และกรมทรัพยากรธรณี เพื่อติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะความเสี่ยงดินสไลด์ ต้องประเมินปริมาณน้ำสะสมในดินและอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทันที รวมทั้งเตรียมข้อมูลสำหรับการแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวรับทราบและเตรียมตัวได้อย่างทันท่วงที 2. ด้านการเผชิญเหตุ ให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง ต้องมีแผนอพยพที่ชัดเจน พร้อมเตรียมกำลังสำรองทั้งด้านอาหารและวัตถุดิบ เครื่องจักรกลของภาคเอกชน รวมถึงงบประมาณสำรองสำหรับใช้แก้ไขสถานการณ์เร่งด่วน นอกจากนี้ ต้องจัดเตรียมสถานที่จอดรถที่ปลอดภัย และบริหารจัดการอาสาสมัครกู้ภัยผ่านระบบลงทะเบียนยืนยันตัวตน เพื่อให้สามารถระดมกำลังและบัญชาการเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 3. การเยียวยาหลังเกิดเหตุ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดต้องประกาศเขตประสบสาธารณภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถขอรับสิทธิ์ตามระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติได้ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเป็นด่านหน้าในการให้คำแนะนำและช่วยเหลือประชาชนด้านเอกสาร เพื่อให้ได้รับสิทธิ์อย่างรวดเร็ว พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์ที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถปฏิบัติตัวได้ทันทีเมื่อเกิดภัย และช่วยให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ

ภายหลัง จากการประชุมติดตามความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพังงา นายวรศิษฎ์ฯ ได้ลงพื้นที่ 2 จุด จุดแรก ที่บริเวณหน้าขุมเหมืองเก่า ตรงข้ามสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา ต.ท้ายช้าง ซึ่งเป็นพื้นที่โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่และก่อสร้างถนนตามผังเมืองรวมเมืองพังงา สาย ก5 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างและวางระบบระบายน้ำ โดยจะเชื่อมต่อลอดถนนเทศบาลบำรุงไปยังขุมเหมืองเก่า ก่อนไหลลงสู่คลองพังงา จุดที่สอง บริเวณศาลาทุ่งเจดีย์ ต.ถ้ำน้ำผุด ซึ่งเป็นจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากเขตชุมชนเทศบาลเมืองพังงา โดยทั้งสองจุดถือเป็นพื้นที่สำคัญในการรับและระบายน้ำ จึงต้องบริหารจัดการระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพ รองรับปริมาณฝนที่ตกลงมา และลดความเสี่ยงน้ำท่วมในเขตชุมชน  พร้อมทั้งได้กำชับโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพังงา ในการสร้างการรับรู้ความเข้าใจกับประชาชน ตลอดจนรับฟังข้อคิดเห็นและเสียงสะท้อนของประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการผลกระทบจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่สอดรับกับวิถีชีวิตและความต้องการของประชาชนในพื้นที่.

ภาพ : ส.ปชส.พังงา

ศูนย์ข่าวภาคใต้ นสพ.แผ่นดินไทยโพสต์ จ.พังงา

ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวทั่วไป สังคม