สืบจังหวัดซ้อนแผนโจรไฟท้าย ใช้รถสารวัตรล่อ ก่อนตามรวบคาบ้าน

สืบจังหวัดซ้อนแผนโจรไฟท้าย ใช้รถสารวัตรล่อ ก่อนตามรวบคาบ้าน

สมุทรปราการ – สืบจังหวัดซ้อนแผนโจรไฟท้าย ใช้รถสารวัตรล่อ ก่อนตามรวบคาบ้าน

พล.ต.ต.ธานินทร์ ฉัตรเจริญพร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประสาท มั่งคั่ง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พ.ต.อ.สรยุทธ จิโรภาส ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พ.ต.ท.ณกรณ์ กรรณสุต และ พ.ต.ท.พลประชา ธรรมโชติวงศ์ รองผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.นิพล แก้วขาว สารวัตร กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ แถลงผลจับกุม นายเดชาธร อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลักทรัพย์ไฟท้ายรถยนต์และล้อยางอะไหล่ พร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจากผู้เสียหายหลายรายในหลายท้องที่ว่า ถูกคนร้ายตระเวนลักไฟท้ายและล้ออะไหล่รถยนต์ โดยช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2569 เกิดเหตุขึ้นต่อเนื่องในจังหวัดสมุทรปราการ ชุดสืบสวนจึงรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดและเส้นทางหลบหนี เพื่อเชื่อมโยงพฤติการณ์ติดตามผู้ก่อเหตุ

พ.ต.ท.นิพล เปิดเผยถึงแผนสืบสวนว่า หลังพบรถยนต์โตโยต้าเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่คนร้ายเลือกก่อเหตุ จึงนำรถยนต์โตโยต้าของตนไปจอดในจุดเป้าหมายพื้นที่ อ.บางเสาธง เพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อ กระทั่งคนร้ายเข้ามาก่อเหตุกับรถคันดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่จึงติดตามแกะรอยพฤติกรรมจนทราบตัว และรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ

ต่อมา วันที่ 27 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมนายเดชาธร ได้ที่บ้านพักใน ต.ศีรษะจรเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 1004/2569 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำผิด เพื่อพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม

จากการตรวจสอบพบของกลางล้อยางอะไหล่ 10 ล้อ ไฟท้ายรถยนต์โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ด้านขวา 8 ชิ้น ด้านซ้าย 5 ชิ้น ไฟท้ายรถยนต์อีซูซุ ดีแมคซ์ ด้านขวา 1 ชิ้น ด้านซ้าย 2 ชิ้น รวมไฟท้าย 16 ชิ้น พร้อมชุดอุปกรณ์ประแจเครื่องมือ 2 ชุด เสื้อผ้า รองเท้า และรถยนต์โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ สีเทา ซึ่งตำรวจระบุว่าใช้ในการก่อเหตุ

พล.ต.ต.ธานินทร์ เปิดเผยว่า แม้คดีนี้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่สร้างความเสียหายและความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงานและผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ตำรวจจึงให้ความสำคัญกับการรวบรวมเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่สำโรงเหนือ บางพลี บางเสาธง และบางบ่อ ก่อนนำข้อมูลมาวิเคราะห์จนติดตามจับกุมได้

สำหรับพฤติการณ์ ตำรวจระบุว่าผู้ต้องหาจะขับรถไปจอดเทียบรถเป้าหมายที่จอดริมถนน จากนั้นลงมือถอดล้ออะไหล่ใต้ท้องรถหรือไฟท้าย ใช้เวลาประมาณ 3–4 นาที โดยเลือกจุดไม่มีกล้องวงจรปิด และหลีกเลี่ยงลานจอดรถห้างสรรพสินค้าหรือพื้นที่เอกชนที่อาจมีภาพบันทึกระบุตัวบุคคลและรถยนต์ได้

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวด้วยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพเริ่มก่อเหตุตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน และลงมือถี่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยล้ออะไหล่บางส่วนถูกนำไปขายใน จ.ชลบุรี ขณะที่ไฟท้ายเก็บสะสมไว้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลถึงช่องทางจำหน่ายและผู้รับซื้อ เบื้องต้นผู้ต้องหาระบุว่า ลงมือเพียงคนเดียว ยังไม่พาดพิงผู้ร่วมก่อเหตุรายอื่น

ทั้งนี้ ตำรวจฝากเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการจอดรถ หลีกเลี่ยงจุดเปลี่ยว มุมอับ หรือบริเวณไม่มีกล้องวงจรปิด พร้อมพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรมไฟท้ายและล้ออะไหล่ รวมถึงขอให้ผู้รับซื้ออะไหล่ตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป.

ภาพ/ข่าว : ก๊วก สมุทรปราการ 087-6122558 // บัณฑิต ชวาลา

หนังสือพิมพ์แผ่นดินไทยโพสต์

ข่าวอาชญากรรม