รายงานพิเศษ โดย ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ “วาทกรรม” ของ เอ็นจีโอ กับการต่อต้าน”เมืองต้นแบบ”

รายงานพิเศษ โดย ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ “วาทกรรม” ของ เอ็นจีโอ กับการต่อต้าน”เมืองต้นแบบ”

รายงานพิเศษ โดย ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์
“วาทกรรม” ของ เอ็นจีโอ กับการต่อต้าน”เมืองต้นแบบ”
ที่คนจะนะส่วนใหญ่ไม่ให้ราคา เพราะรู้ว่า อะไรเป็นอะไร
เป็นความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องของ เอ็นจีโอ ในการนำ กลุ่มคนในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นครอบครัวชาวประมงพื้นบ้าน กว่า 30 คน ไปปักหลักยังเชิงสะพานสมัยมรุเชษฐ์ เพื่อยื่นหนังสือให้กับตัวแทนของรัฐบาล ในการให้ หยุด โครงการ “เมืองต้นแบบที่ 4” ซึ่งเป็นโครงการ พัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกับการ แจกแถลงการณ์ ให้เหตุผล ในการให้ รัฐบาล ยกเลิก โครงการดังกล่าว
ซึ่ง เอ็นจีโอ และ กลุ่มประมงพื้นที่กลุ่มนี้ ปฏิเสธ ที่จะ”พูดคุย” กับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ “ศอ.บต.” ที่เป็น “เจ้าภาพ” ในการ ขับเคลื่อน โครงการ “เมืองต้นแบบที่ 4” ตาม คำสั่งของ รัฐบาล เพราะมีการ กล่าวหาว่า ศอ.บต. ผลัดดันโครงการนี้ แบบไม่ได้รับฟังเสียงของ กลุ่มผู้คัดค้าน และ เอ็นจีโอ กลุ่มนี้เชื่อว่า โครงการนี้ จะสร้างความ”หายนะ” ให้กับ ท้องทะเล อาชีพประมง, เกษตร และ ชุมชน รวมทั้งเป็นการสร้างความแตกแยกให้กับชุมชน
ทั้งหมด ทั้งมวล คือ”วาทกรรม” ที่ เอ็นจีโอ คิดค้นขึ้นมา เพื่อ”สื่อสาร” กับ สื่อมวลชน และ สังคม นอกพื้นที่ของ จ.สงขลา นอกพื้นที่ของ อ.จะนะ เพราะ คนใน จ.สงขลา คนใน อ.จะนะ ต่างรู้ดีว่า สิ่งที่ เอ็นจีโอ และ กลุ่มผู้”เห็นต่าง”กลุ่มนี้พูด เป็นเรื่องที่ เชื่อและคิดเอาเอง และ สร้าง”วาทกรรม”ขึ้นมา เพื่อให้เกิดความหวาดกลัว
ถามว่า ที่ บอกว่า โครงการ”เมืองต้นแบบที่ 4” ทำให้ชุมชนแตกแยก อะไรคือตัวอย่างที่”เชิงประจักษ์” ว่าเป็นเรื่องจริง เพราะ ตั้งแต่ เอ็นจีโอ กลุ่มนี้ สร้างกลุ่มชาวบ้านผู้”เห็นต่าง” จำนวนไม่ถึง 200 คนขึ้นมา ตั้งแต่ 20 ปี ที่ผ่านมา เริ่มจากการต่อต้าน โครงการ โรงแยกก๊าซ-ไทย-มาเลย์ ที่เป็นโครงการร่วมทุนระหว่าง ปตท.กับ เปโตรนาส ต่อด้วยโรงไฟฟ้าจะนะ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต และ โรงไฟฟ้าถ่านหินที่เทพา ท่าเรือน้ำลึกที่บ้านสวนกง ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา
ยังไม่เคยเห็น ความแตกแยก ระหว่าง คนในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น”มุสลิม” ทุกคนยังเป็น พี่น้อง เป็น เพื่อนบ้าน ทำมาหากินในพื้นที่เดียวกัน ไปปฏิบัติศาสนากิจในมัสยิดด้วยกัน เพียงแต่คนหมู่มาก สนับสนุนให้มีการสร้างอุตสาหกรรมในพื้นที่ เพื่อคนจะได้มีการพัฒนา มีความเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า และที่สำคัญ ลูกหลาน ที่จบการศึกษา จะได้ มีงานทำ แต่ไม่เคยมี”วิวาทะ” หรือ “วิวาท” กัน ตบตี ชกปาก กันเพราะเรื่องนี้แต่อย่างใด
เอ็นจีโอ และ กลุ่มผู้เห็นต่าง กลุ่มเล็กๆ ได้จัดประชุมเพื่อต่อต้าน โครงการทุกโครงการที่จะเกิดกับ อ.จะนะ ไม่ว่าจะที่”สวนกง” ที่ ศูนย์เรียนรู้ ในชุมชน หรือ จัดเวที ที่หน้าศาลากลางสงขลา เพื่อต่อต้านการ เปลี่ยนผังเมือง ยังไม่เคยเห็น ชาวบ้านใน อ.จะนะ ที่สนับสนุนโครงการ”เมืองต้นแบบ” ยกพวกไปขัดขวาง ไป โห่ร้อง ไป ด่าทอ แม้แต่ครั้งเดียว เพราะ ฉะนั้น เรื่องที่ว่า การเกิดขึ้นของโครงการ”เมืองต้นแบบที่ 4” สร้างความแตกแยกให้กับคนใน อ.จะนะ จึงเป็นเพียง”วาทกรรม” ที่ถูก เอ็นจีโอ คิดขึ้นมา เพื่อใช้ในการ สื่อสาร ให้เกิดความ เกลียดชัง แต่ไม่ได้ผล
ที่ผ่านมา ก็มีแต่ เอ็นจีโอ ที่นำชาวบ้านที่ เชื่อ ในการ โฆษณาชวนเชื่อ ของ เอ็นจีโอ และ เอ็นจีโอจาก ต่างจังหวัด นำ สมัครพรรคพวก นอกพื้นที่ เข้ามาชุมนุมในพื้นที่ จ.สงขลา ให้ กำลังเข้าล้มเวทีการทำ ประชาพิจารณ์ หรือ ค.1 ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยยอมแม้แต่ให้ ตำรวจจับกุม เพียงเพื่อให้ เวที ค.1 ล้มเลิก ทำไม่ได้ และกลุ่มผู้สนับสนุน ก็ไม่เคยมี ปฏิกิริยา ในการ ขัดขวาง กลุ่มของ เอ็นจีโอ ที่ เข้ามา ล้มเวที เข้ามา ขัดขวางการพัฒนาแต่อย่างใด ตรงนี้คือความ ชัดเจนว่า ใครคือ อันธพาล ใครคือผู้อยู่อย่าง สันติ เพื่อมิให้เกิดความขัดแย้ง
ครั้งนี้ ที่มีการ ไปปักหลักที่เชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ์ เพื่ออ่านแถลงการณ์ให้สื่อมวลชน เพื่อยื่นหนังสือให้ตัวแทนรัฐบาล ก็เพราะ เอ็นจีโอ รู้ว่า โครงการ” เมืองต้นแบบที่ 4” จะมีการทำเวที “ค 1. ในอีกไม่ช้า และจะมีการทำในเรื่องของ สิ่งแวดล้อม เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย เอ็นจีโอ จึงนำผู้เห็นต่าง จำนวน 30 คน ไปปักหลัก คัดค้าน เพื่อที่จะได้เป็นข่าวในหน้าสื่อ เพื่อผลในการใช้สื่อให้เป็นประโยชน์ ในการต่อต้านโครงการ”เมืองต้นแบบที่ 4” เพราะ เอ็นจีโอ ไม่ต้องการให้มีการ พัฒนาเกิดขึ้น ในพื้นที่ จ.สงขลา
เอ็น จีโอ ต้องการให้คน ในพื้นที่ อยู่กันแบบเดิมๆ จับปลา ไถนา ปลูกข้าว ปลูกผัก นักศึกษาจบออกมา ตกงาน ต้องไปหางานทำยัง ต่างเมือง ต่างบ้าน ต้องการให้ สังคมอยู่กับ ปัญหาเดิมๆ คือ “โง่,จน, และ”เจ็บ” ซึ่งสวนทางกับ ความต้องการของคนส่วนใหญ่ ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง ที่ดีกว่า มีชีวิตที่ดีกว่า
ที่ผ่านมา เอ็นจีโอ นำเอา นักวิชาการ จากส่วนกลาง มาจัดเวทีให้ความรู้เรื่อง อุตสาหกรรม เรื่องมลภาวะ เพียงด้านเดียว ทั้งที่เหรียญมีสองด้าน และสิ่งที่ นักวิชาการ และ เอ็นจีโอ นำเสนอให้กับกลุ่มผู้”เห็นต่าง” คือเรื่อง อดีต เช่นถ้าพูดถึง โรงงานไฟฟ้า ก็ต้องยกตัวอย่างของ โรงไฟฟ้าถ่านหินที่แม่เมาะ เมื่อ 40 ปี ที่เทคโนโลยียังล้าหลัง แต่ไม่เคยยกเอาโรงไฟฟ้าแม่เมาะในปัจจุบัน ที่อยู่กับชุมชนได้อย่าง สันติสุข
หรือยกตัวอย่างของ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ในส่วนที่เกิดมลภาวะ มาเป็นตัวอย่าง เพื่อให้ชาวบ้านเห็นถึงความน่ากลัว อุปมาเหมือนกับ เอ็นจีโอ สร้างปีศาจ ขึ้นมา และบอกว่า ผู้ที่เป็น”หมอผี” เพื่อปราบปีศาจ คือ เอ็นจีโอ ทั้งที่ความจริง เอ็นจีโอ ต้องบอกกับชาวบ้านด้วยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับ นิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุด นั้น รัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการแก้ไขอย่างไร และจะต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก ไม่ใช่บอกว่า สิ่งเลวร้าย จะต้องเกิดกับ จะนะ และ คนจะนะ ทั้งที่ยังไม่เกิด และ ต้องไม่เกิด เพราะ ความผิดพลาด ความบกพร่อง ที่เคยเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น นิคมอุตสาหกรรมที่ไหน เมื่อมีการก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมขึ้นมาใหม่ เรื่องที่เลวร้าย จะต้องมีการ สรุปเป็น บทเรียน เพื่อมิให้เกิดขึ้นอีก
โดยข้อเท็จจริง การออกมาเคลื่อนไหว เพื่อต่อต้านโครงการ”เมืองต้นแบบที่ 4” เป็นเรื่อง ปกติ ของ เอ็นจีโอ ที่ต้องไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะแม้แต่เรื่องของ ท่าเรือ ที่ไม่เกี่ยวกับ อุตสาหกรรม เอ็นจีโอ ก็ต่อต้านมิให้สร้าง และ อีกประการไม่ว่าจะเป็นโครงการอะไร ย่อมไม่มีคนเห็นด้วย 100 เปอร์เซ็น ต้องมีคน”เห็นต่าง” อยู่แล้ว แต่เมื่อ เป็นเสียงส่วนน้อย แม้จะต้องรับฟัง และให้ความสำคัญ แต่ก็ต้องไม่ปฏิบัติตามโดยการ ยกเลิก หรือ ยุติ โครงการ ทั้งที่รู้ว่าเป็นประโยชน์ กับประเทศชาติ และประชาชน
คนในพื้นที่ ผู้ต้องการเห็น จะนะ มีความเปลี่ยนแปลง โดยการมี”เมืองต้นแบบที่ 4 “ เกิดขึ้น ไม่ได้สนใจและหวั่นวิตกกับการ ที่ เอ็นจีโอ นำคนจากจะนะไปคัดค้าน แต่คนจะนะวิตกกังวลว่า คนในส่วนกลาง คนในรัฐบาล นักการเมือง ที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง จะเป็น”สีแก้วพลอยรุ่ง” เต้นตามจังหวะของ เอ็นจีโอ และจะทำให้คนโครงการที่เดินหน้าไปมากแล้ว ต้องล่าช้าลง เท่ากับเป็นการทำให้คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้เสียโอกาสที่จะเห็นการพัฒนาที่จะให้ประโยชน์กับคนในพื้นที่
วันนี้ คนในพื้นที่ ไม่ได้ให้ราคากับ เอ็นจีโอ และไม่เคยมีความแตกแยกในชุมชนเพราะการเกิดขึ้นของ”เมืองต้นแบบที่ 4” ที่ อ.จะนะ กลัวเพียงแต่ ผู้นำรัฐบาลจะ”ปากกล้า ขาสั่น” ยอมถอยให้กับ เอ็นจีโอ เพียงไม่กี่คน โดยไม่เคารพสิทธิและเสียงของคนส่วนใหญ่เท่านั้น

บทความ รายงานพิเศษ