ผู้ว่าฯ นราธิวาส รุดติดตามสถานการณ์ไฟป่า 2 อำเภอ สั่งคุมเข้มจุดคุโชนบ้านกาโมแร ต.กะลุวอ

ผู้ว่าฯ นราธิวาส รุดติดตามสถานการณ์ไฟป่า 2 อำเภอ สั่งคุมเข้มจุดคุโชนบ้านกาโมแร ต.กะลุวอ

นราธิวาส – ผู้ว่าฯ นราธิวาส รุดติดตามสถานการณ์ไฟป่า 2 อำเภอ สั่งคุมเข้มจุดคุโชนบ้านกาโมแร ต.กะลุวอ เร่งสกัดไฟป่า อ.ตากใบ ไม่ให้ลุกลามเข้าเขตพรุโต๊ะแดง  พร้อมหาตัวผู้กระทำผิดดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 20 เม.ย.69 นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยนายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  รุดตรวจสอบพื้นไฟไหม้ป่าชุมชนบ้านกาโมแร ต.กะลุวอ อ.เมือง จ.นราธิวาส ที่ได้รับความเสียหายเบื้องต้น  120 ไร่ จากพื้นที่ป่าทั้งหมด ประมาณ 200 ไร่ ซึ่งเป็นป่าชุมชนและพื้นที่คาบเกี่ยวในความรับผิดชอบของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ (บริเวณหน้าค่ายกัลยาณิวัฒนา) หมู่ที่ 8 บ้านกามูแร ต.กะลุวอ อ.เมือง จ.นราธิวาส เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.15 น. จากการตรวจสอบพื้นที่ สันนิษฐานว่า เกิดจากความประมาทในการทิ้งก้นบุหรี่บริเวณที่มีเชื้อเพลิงสะสม ประกอบกับอากาศร้อนในระยะนี้ ส่งผลให้เพลิงลุกลามได้ง่าย

ขณะที่นายอำเภอเมืองนราธิวาส ภายใต้การอำนวยการของผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ระดมสรรพกำลังเข้าระงับเหตุอย่างทันท่วงที ระดมสรรพกำลังพร้อมบูรณาการยานพาหนะและเครื่องจักรกล  และหน่วยงานที่เกึ่ยวข้องร่วมบูรณาการเข้าควบคุมเพลิง ประกอบด้วย อบต.กะลุวอ, เทศบาลตำบลกะลุวอเหนือ, เทศบาลเมืองนราธิวาส, อบต.ลำภู, อบต.บางปอ, อบต.โคกเคียน, อบต.มะนังตายอ, กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 151 ล่าสุดสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว

ด้าน นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กำชับจัดชุดฝ่ายปกครองและอาสาสมัครตระเวนหมู่บ้าน (ชรบ.) เฝ้าระวังจุดที่ยังมีไฟคุโชน เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ รวมถึงเร่งทำแนวกันไฟและกำจัดเชื้อเพลิงแห้งบริเวณริมถนน และให้หน่วยงานสาธารณสุขลงพื้นที่ตรวจสุขภาพประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงที่อาจได้รับผลกระทบจากหมอกควัน PM2.5. ด้วย

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ดังกล่าว ได้มีการเฝ้าระวัง โดยจัดชุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและชุดอาสาสมัครตระเวนหมู่บ้าน (ชรบ.) เฝ้าระวังจุดคุโชนเพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ ทั้งนี้ การดำเนินการทางกฎหมาย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี  และเร่งสำรวจความเสียหายโดยละเอียดและวางมาตรการทำแนวกันไฟ รวมถึงจัดการเชื้อเพลิงแห้งริมถนนด้วย

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  พร้อมคณะได้ลงพื้นที่ติดตามพื้นที่เกิดเหตุไฟไหม้บริเวณสวนยางพารา หมู่ที่ 5 บ้านปลักปลา ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา โดยสถานการณ์ล่าสุด ณ วันที่ 20 เม.ย. 69 เวลา 17.30 น. มีพื้นที่ความเสียหาย คงที่อยู่ที่ประมาณ 55 ไร่ โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนบ้านเรือนประชาชนยังไม่ได้รับความเสียหาย ปัญหาอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากสภาพอากาศที่มีลมบกและลมทะเลพัดแรงในช่วงกลางวัน ทำให้ยังไม่สามารถดับไฟได้สนิท แต่สามารถจำกัดวงการแพร่กระจายได้แล้ว เน้นมาตรการจัดการเชิงรุก โดยการสกัดกั้นผืนป่าใหญ่ ดำเนินการสร้างแนวกันไฟระยะทาง 2 กิโลเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามเข้าสู่ “ป่าพรุโต๊ะแดง” ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสำคัญของจังหวัดนราธิวาส ปภ.เขต 12 สงขลา ติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล 2 เครื่อง เพื่อฉีดน้ำสร้างความชุ่มชื้นใต้ดิน ลดกลุ่มควันไฟป่า และใช้โดรนบินถ่ายภาพมุมสูง เพื่อระบุตำแหน่งหัวไฟ ทำให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินเข้าปฏิบัติการได้อย่างแม่นยำ

สั่งการให้ผู้นำท้องที่ พร้อมจัดชุดรักษาความปลอดภัยเข้มข้นเฝ้าเครื่องสูบน้ำระยะไกลตลอด 24 ชม. โดยเฉพาะห้วงเวลากลางคืนที่มีการจัดชุด ชรบ. และประชาชนอาสาเฝ้าตามจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันไฟลุกลามเข้าเขตชุมชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ.

ภาพ/ข่าว : ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าวนราธิวาส รายงาน โทร 082-4154474

ศูนย์ข่าวภาคใต้ นสพ.แผ่นดินไทยโพสต์

ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวทั่วไป สังคม