นราธิวาส – ไฟป่าพรุบาเจาะเริ่มคลี่คลาย ผู้ว่าฯ นราธิวาส ระดมรถน้ำ 14 คัน ทุกภาคส่วนลุยเต็มกำลัง สกัดไฟไม่ให้ลามพื้นที่ป่าสงวนและทรัพย์สินประชาชน

วันนี้ 11 พ.ค.69 นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่ ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าพรุบาเจาะ ล่าสุดมีพื้นที่เสียหายรวมประมาณกว่า 1,000 ไร่ โดยทุกวันผู้ว่าฯนราธิวาส ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง พร้อมเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประเมินสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุในพื้นที่ ต.ตะปอเยาะ และ ต.ลูโบะบือซา เพื่อปรับแผนการเข้าดับไฟให้สอดคล้องกับทิศทางลม เฝ้าระวังไม่ไห้ไฟป่าลุกลามพื้นที่ป่าสงวน และบ้านเรือนชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง

นายบุญช่วย หอมยามเย็น เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในช่วงเช้าวันนี้ พบว่าปริมาณควันเริ่มเบาบางลงกว่าหลายวันที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงมีความกังวลเรื่องสภาพอากาศเนื่องจากป่าพรุมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการปะทุของไฟใต้ดินหากมีลมกระโชกแรง ขณะนี้ มีการระดมรถน้ำและรถดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.ตะปอเยาะ และ อบต.ลูโบะบือซา) รวม 14 คัน ประจำการตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ พร้อมทำงานร่วมกับฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน โดยจะมีการประชุมประเมินสถานการณ์ร่วมกันทุกวัน จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้ ภารกิจการดับไฟป่า ชาวบ้านเจ้าของสวนฯ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดับไฟป่าครั้งนี้ด้วย

สำหรับปฏิบัติการดับไฟป่าครั้งนี้ ได้แบ่งพื้นที่ปฏิบัติการเป็น 3 บล็อก เพื่อเพื่มความคล่องตัวในการปฎิบัติการ โดยบล็อกที่ 1 พื้นที่เสียหายประมาณ 300 ไร่ เป็นจุดที่เริ่มไหม้ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องสูบน้ำจากกรมชลประทานผันน้ำเข้าแปลง และระดมเครื่องหาบหาม 5 ตัว เข้าฉีดน้ำสกัดจุด โดยมีสหกรณ์จังหวัดนราธิวาสเป็นหน่วยงานหลัก ส่วนบล็อกที่ 2 พื้นที่แหล่งน้ำลึก ใช้เครื่องสูบน้ำระยะไกล 2 เครื่อง จากศูนย์ ปภ. เขต 18 ภูเก็ต เร่งเติมน้ำเข้าพื้นที่ป่าพรุเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นใต้ดิน โดยมีกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 151 สนับสนุนกำลังพล และบล็อกที่ 3 มีการวางแนวป้องกัน เพื่อไม่ให้เพลิงลุกลามเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนของราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุในพื้นที่ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น หลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนบูรณาการแผนปฏิบัติการร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยมีการจัดตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์รายวันเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เพลิงขยายวงกว้าง.

ภาพ/ข่าว : ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าวนราธิวาส รายงาน โทร 082-4154474
ศูนย์ข่าวภาคใต้ นสพ.แผ่นดินไทยโพสต์

