สสจ.กาญจน์ แนะนำประชาชนรอบพื้นที่เหมืองแร่ตะกั่ว ยึดหลัก “ไม่สัมผัส ไม่ใช้ ไม่กิน” จนกว่าจะปลอดภัย

สสจ.กาญจน์ แนะนำประชาชนรอบพื้นที่เหมืองแร่ตะกั่ว ยึดหลัก “ไม่สัมผัส ไม่ใช้ ไม่กิน” จนกว่าจะปลอดภัย

กาญจนบุรี – สสจ.กาญจน์ แนะนำประชาชนรอบพื้นที่เหมืองแร่ตะกั่ว ยึดหลัก “ไม่สัมผัส ไม่ใช้ ไม่กิน” จนกว่าจะปลอดภัย เน้นย้ำ “ตระหนักรู้ แต่ไม่ตื่นตระหนก”

เมื่อวันที่ 3 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ธีรพจน์ ฟักน้อย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำหลากในพื้นที่ใกล้เคียงเหมืองแร่ตะกั่ว ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขภาพอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยยึดหลัก “ไม่สัมผัส ไม่ใช้ ไม่กิน” จนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าพื้นที่และแหล่งน้ำมีความปลอดภัย

เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี จึงขอแนะนำแนวทางปฏิบัติ “5 ข้อที่ประชาชนควรทำ” เพื่อความปลอดภัย ดังนี้ 1.ไม่ใช้น้ำที่สงสัยว่าปนเปื้อน ห้ามนำน้ำในพื้นที่เสี่ยงมาดื่ม ประกอบอาหาร ล้างผักและผลไม้ หรือล้างภาชนะโดยเด็ดขาด หากไม่มั่นใจในความปลอดภัยของน้ำ ให้ยึดหลัก “ไม่มั่นใจ อย่าใช้” 2.หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและตะกอนดิน หลีกเลี่ยงการลุยน้ำขุ่นที่มีตะกอนหรือดินโคลน และห้ามปล่อยให้เด็กเล่นน้ำในพื้นที่เสี่ยง หากจำเป็นต้องสัมผัสน้ำหรือลงพื้นที่เสี่ยง ควรสวมถุงมือและรองเท้าบูททุกครั้ง 3. ไม่กินสัตว์น้ำและพืชผักที่สัมผัสน้ำหลาก งดเก็บผักและจับสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำที่สงสัยว่ามีการปนเปื้อน รวมถึงงดบริโภคอาหารที่ถูกน้ำท่วมขังหรือสัมผัสน้ำที่ไม่มั่นใจในความปลอดภัย 4.ใช้น้ำสะอาดเท่านั้น เลือกใช้น้ำสำหรับบริโภคจากแหล่งที่หน่วยงานราชการรับรองว่าปลอดภัย หรือน้ำดื่มบรรจุขวดที่ได้มาตรฐาน เน้นย้ำว่า การต้มน้ำไม่สามารถทำลายหรือขจัดสารตะกั่วได้ 5.ล้างร่างกายและสิ่งของทันทีหลังสัมผัสน้ำหรือตะกอน หากผิวหนังสัมผัสน้ำหรือตะกอนดิน ให้รีบล้างมือและอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่ทันที รวมถึงซักเสื้อผ้าและล้างอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สัมผัสน้ำให้สะอาด

ทั้งนี้ นพ.ธีรพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ประชาชนหมั่นสังเกตอาการของตนเองและคนในครอบครัว หากมีประวัติสัมผัสน้ำหรือตะกอนดินในพื้นที่เสี่ยง แล้วมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร มีอาการซีด หรือมีอาการชาปลายมือปลายเท้า ควรรีบไปพบแพทย์ ณ สถานพยาบาลใกล้บ้านทันที

โดย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการคัดกรองและตรวจหาค่าสารตะกั่วในเลือดให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง เพื่อความปลอดภัยเชิงรุก จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติและมีความปลอดภัย “ตระหนักรู้ แต่ไม่ตื่นตระหนก” ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขภาพอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว.

ภาพ/ข่าว : ทีมข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา  ไหลวารินทร์

นสพ.แผ่นดินไทยโพสต์

ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวทั่วไป สังคม