มนร. ปั้น “น้ำผึ้งมรกตนราธิวาส” สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เปลี่ยนน้ำผึ้งพื้นถิ่นเป็นผงชงดื่มผสมคอลลาเจน–แคปซูล เปิดทางครัวเรือนยากจนสร้างรายได้

มนร. ปั้น “น้ำผึ้งมรกตนราธิวาส” สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เปลี่ยนน้ำผึ้งพื้นถิ่นเป็นผงชงดื่มผสมคอลลาเจน–แคปซูล เปิดทางครัวเรือนยากจนสร้างรายได้

นราธิวาส – มนร. ปั้น “น้ำผึ้งมรกตนราธิวาส” สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เปลี่ยนน้ำผึ้งพื้นถิ่นเป็นผงชงดื่มผสมคอลลาเจน–แคปซูล เปิดทางครัวเรือนยากจนสร้างรายได้ เผยผลวิจัยพบสัญญาณต้านมะเร็งหลายชนิด พร้อมศึกษาต่อยอดฤทธิ์ยับยั้งอัลไซเมอร์

มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ยกระดับ “น้ำผึ้งชันโรง” และ “น้ำผึ้งมรกต” อัตลักษณ์จากดอกเสม็ดขาวของจังหวัดนราธิวาส สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ทั้งน้ำผึ้งผงผสมคอลลาเจนสำหรับชงดื่มและผลิตภัณฑ์แคปซูล ด้วยการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ภาคเอกชนและสนับสนุนอุปกรณ์แปรรูปแก่ครัวเรือนยากจน เปิดโอกาสให้ชาวบ้านเลือกสร้างรายได้ทั้งการจำหน่ายผลผลิตให้วิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ หรือพัฒนาทักษะการตลาดเพื่อจำหน่ายด้วยตนเอง ขณะที่ทีมนักวิจัยเผยผลการทดสอบเบื้องต้นพบศักยภาพทางชีวภาพที่น่าสนใจของน้ำผึ้งมรกต โดยเฉพาะการศึกษาฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งหลายชนิดและการยับยั้งกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ในสัตว์ทดลอง ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาและรอผลยืนยันเพิ่มเติม มุ่งต่อยอดทรัพยากรท้องถิ่นให้เป็นทั้งโอกาสทางเศรษฐกิจและฐานการพัฒนานวัตกรรมของจังหวัดชายแดนภาคใต้

มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ร่วมกับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และภาคีเครือข่าย ดำเนินงานวิจัยเชิงพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ โดยมุ่งนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น สร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถพัฒนาอาชีพ เพิ่มมูลค่าผลผลิต และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งชันโรง ซึ่งเป็นผลผลิตที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการแปรรูป การควบคุมความชื้น การเก็บรักษา และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาด

ผศ.ดร.ธนเสฏฐ์ ทองไสเกลี้ยง เปิดเผยว่า การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับความพร้อมของประชาชน โดยแบ่งการถ่ายทอดองค์ความรู้ออกเป็นสองระดับ ได้แก่ เทคโนโลยีพื้นฐานที่ครัวเรือนสามารถเรียนรู้และนำไปใช้ได้จริง และเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ร่วมกับภาคเอกชน

ผศ.ดร.ธนเสฏฐ์ กล่าวว่า โครงการให้ความสำคัญกับการออกแบบแนวทางสร้างรายได้ที่สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละครัวเรือน โดยเปิดทางเลือกให้ประชาชนสามารถตัดสินใจได้ว่าจะจำหน่ายผลผลิตในรูปแบบใด การจำหน่ายน้ำผึ้งให้แก่วิสาหกิจชุมชนหรือผู้ประกอบการเอกชนในพื้นที่  หรือการพัฒนาทักษะด้านการตลาดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง

ผศ.ดร.ธนเสฏฐ์ ระบุว่า มหาวิทยาลัยได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีให้แก่บริษัทเอกชนแล้ว โดยภาคเอกชนสามารถนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปพัฒนาต่อยอด ปรับสูตร และศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ส่วนประกอบจากพืชชนิดต่าง ๆ เพื่อพัฒนาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการใช้งาน

น้ำผึ้งชนิดนี้ มีลักษณะกลิ่นเฉพาะตัวที่สัมพันธ์กับแหล่งดอกไม้ที่เป็นแหล่งอาหารของผึ้ง ขณะที่รสชาติมีความหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย และมีรสขมติดปลายในบางช่วงหลังการบริโภค ซึ่งเป็นลักษณะที่สามารถนำมาศึกษาและพัฒนาเป็นจุดเด่นในการสื่อสารกับผู้บริโภคได้ จากการศึกษาที่ทีมวิจัยนำเสนอ มีการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบและเซลล์มะเร็งหลายชนิด โดยรายงานผลเบื้องต้นที่ผู้ให้สัมภาษณ์กล่าวถึงครอบคลุมเซลล์มะเร็งตับ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้

มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จึงมุ่งให้การวิจัยเป็นมากกว่าการสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี มีทักษะในการพัฒนาอาชีพ และสามารถนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ “จากน้ำผึ้งที่ผลิตได้ในชุมชน สู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่ม และจากองค์ความรู้ในมหาวิทยาลัยสู่โอกาสสร้างรายได้ของครัวเรือน นับเป็นอีกแนวทางในการผลักดันเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดนราธิวาส ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา และใช้วิทยาศาสตร์กับนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความยั่งยืนในระยะยาว.

ภาพ/ข่าว : ปทิตตา หนดกระโทก ผู้สื่อข่าวนราธิวาส รายงาน โทร 082-4154474

ศูนย์ข่าวภาคใต้ นสพ.แผ่นดินไทยโพสต์

ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวทั่วไป สังคม